พย่ำแย่ไม่น่ามอง
ส่วนฮองเฮาที่ตามมาภายหลังก็สีหน้าซีดเผือด อาภรณ์หงส์เปื้อนคราบช้ำชา ชัดเจนว่านางก็ถูกเหมารวมไปด้วย
ฉู่อี้หมินยืนรออยู่ที่หัวโค้งระเบียงทางเดิน เห็นว่าหลัวฮองเฮาเดินมาก็ส่งยิ้มขื่นๆ ให้อย่างกระดากอาย
“เสด็จแม่!”
หลัวฮองเฮาเหลือบมองเขาทีหนึ่ง ความเดือดดาลในอกยังไม่ทันสลาย สีหน้าจึงดูไม่สบอารมณ์อย่างมาก แม้แต่ฝีเท้ายังไม่ยอมหยุด เพียงกระแทกเสียงใส่ว่า “เจ้าตามข้ามา!”
ฉู่อี้หมินถอนหายใจเฮือก เดินตามหลังนางไปที่ตำหนักโซ่วคัง
เวลานี้คนแซ่เจิ้งยังชะเง้อคอคอยคนอยู่ที่โถงตำหนัก เห็นสองคนเดินมาแต่ไกลๆ ก็ปรี่เข้าไปรับแต่พอเจอสภาพยับเยินของฉู่อี้หมิน ก็ตกอกตกใจใหญ่โต
“ท่าน…ท่านอ๋อง นี่ท่าน…”
ฉู่อี้หมินมองนางอย่างหงุดหงิด แล้วผลักนางออก ก่อนจะเดินตามหลัวฮองเฮาเข้าไปด้านในตำหนัก
คนแซ่เจิ้งถูกผลักจนซวนเซ
ป้ากู้รีบเข้ามาประคองนาง เอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านอ๋องกำลังโกรธ พระชายาอย่าได้ใส่ใจ”
คนแซ่เจิ้งย่อมเข้าใจ ฉู่อี้หมินโมโหฉู่หลิงอวิ้นจนพาลมาถึงนาง จึงทำได้เพียงแค่นยิ้มตอบ
สามคนเข้าไปด้านในตำหนัก ไฉ่เยว่ถือล่วมยาเข้ามาจัดการแผลบนหน้าผากให้ฉู่อี้หมิน
คนแซ่เจิ้งเอ่ยถามอย่างร้อนใจ “เสด็จแม่ เรื่องของอวิ้นเอ๋อร์…”
ฉู่อี้หมินมีโทสะเต็มท้อง ยกมือกวาดล่วมยาบนโต๊ะจนร่วงกราวลงพื้น เส้นเลือดปูดจนแทบระเบิด ยกนิ้วชี้หน้านางพลางด่ากราด “เจ้ายังกล้าพูดถึงนางสารเลวนั่น ศักดิ์ศรีของข้าถูกนางทำลายจนไม