บอยู่นาน เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นก็มีราชโองการประกาศออกมาใหม่ เขียนว่าเพราะความเข้าใจผิดทำให้เกี้ยวของจวนอ๋องฉางซุ่นแบกคนไปผิดตัว แต่ฟ้าดินก็กราบไหว้ไปแล้ว ถือว่าข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ฮ่องเต้จึงถอนพระราชทานสมรสระหว่างซูหลินกับฉู่หลิงอวิ้น แล้วออกราชโองการใหม่แต่งตั้งให้ฉู่หลิงซิ่วเป็นชายาในซื่อจื่อจวนอ๋องฉางซุ่นแทน
ตอนที่ได้ยินข่าวนี้ ฉู่สวินหยางไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
เวลานี้นางกำลังขังตัวเองให้คัดตัวอักษรอยู่ในห้อง ในมือตวัดพู่กันขนจิ้งจอกเล่มใหม่ เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “แล้วฉู่หลิงอวิ้นเล่า? ได้รับโทษอย่างไร?”
“เหมือนว่าฮ่องเต้จะพิโรธไม่น้อย จึงสั่งให้ถอดยศนาง บอกให้จวนอ๋องหนานเหอไล่นางออกจากจวนเจ้าค่ะ” ชิงเถิงตอบ นิ่งไปสักพักก็ถอนหายใจอย่างอดจะเสียดายไม่ได้ “เพียงแค่ไม่ได้ออกราชโองการอย่างชัดเจน น่าจะให้ส่งคนออกไปเสียก่อน แล้วเรื่องถอดยศคงค่อยว่ากันทีหลัง”
“ก็สมเหตุสมผล!” ฉู่สวินหยางยักไหล่ ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง “สถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ หากฮ่องเต้ถอดยศนางอย่างโจ่งแจ้งแล้วขับคนออกไป ไม่เท่ากับเป็นการประกาศให้ใต้หล้ารู้หรือว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง และฉู่หลิงอวิ้นยังมีคดีอื่นติดตัวอยู่อีก?”
ฮ่องเต้ต้องลงโทษฉู่หลิงอวิ้นแน่ นั่นเป็นเรื่องที่สามารถมั่นใจได้ แต่ว่าไม่อาจทำมันอย่างเปิดเผย ได้แต่จัดการลับๆ อย่างไร้สุ้มเสียง เพื่อเป็นการระบายอารมณ์
ชิงเถิงได้ฟังก็กลอกตาอย่างไม่เห็น