เต้บ่อยๆ ไม่ได้
ซูหลินเหลือบตามามอง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มดูแคลน ร้องเหอะใส่หนึ่งที
ทางด้านเกี้ยวเสด็จ ก็ต้องรอพักใหญ่ถึงค่อยได้ยินเสียง “อืม” ตอบกลับมาจากฮ่องเต้
“ฝ่าบาท ซื่อจื่ออ๋องฉางซุ่นกับท่านอ๋องหนานเหอมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ!” หลี่รุ่ยเสียงทวนประโยคเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง
ซูหลินกับฉู่หลิงอวิ้นเป็นคู่ที่ฮ่องเต้พระทานราชสมรสให้ ตามหลังแล้วเช้านี้ซูหลินควรจะพาชายาเข้าวังมาเพื่อโขกศีรษะแสดงความซาบซึ้ง เวลานี้กลับพาท่านพ่อตามาแทน
ไม่ต้องเดาก็พอรู้ คงมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
สองคนคุกเข่าขวางกลางขบวนเสด็จอย่างกระอักกระอ่วน เพราะถนนสายนี้ฮ่องเต้จะต้องผ่านมาทุกวัน ดังนั้นหิมะที่ทับถมจึงมีคนคอยเก็บกวาดอยู่เสมอ แต่พื้นกระเบื้องก็ยังเย็นเฉียบเพราะถูกหิมะแช่แข็งไว้ทั้งคืน คนทั้งสองล้วนมีร่างกายสูงส่งด้วยว่าเสพสุขจนเคยชิน คุกเข่าไปได้พักเดียวก็รู้สึกว่าสองขาชาหนึบ ทั้งหนาวทั้งเจ็บไปหมด
ม่านหนาสีเหลืองทองเคลื่อนลงมาบดบังสายตาของธารกำนัล บนรถม้า ฮ่องเต้หาได้ตรัสคำใด ผ่านไปครึ่งวันถึงได้ไอออกมาเสียงหนึ่ง ตรัสว่า “กลับห้องทรงอักษร!”
หลี่รุ่ยเสียงเป็นคนเฉลียวฉลาด รู้ในทันทีว่าการประชุมเช้าจะต้องเลื่อนออกไป จึงเรียกขันทีคู่ใจให้ไปรายงานที่ตำหนักจินเตี้ยน ส่วนตนก็กลับไปที่ห้องหนังสือพร้อมกับขบวนเสด็จ
เกี้ยวเสด็จของฮ่องเต้นำอยู่เบื้องหน้า ซูหลินกับฉู่อี้หมินเดินตามอยู่เบื้องหลัง ระหว่างกลางถูกเว้นว่า