ทำไมถึงเป็นแบบนี้? มันเพราะอะไรกัน?
ฉู่ฉีเหยียนมองนางด้วยสายตาซับซ้อนอยู่นานแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พักใหญ่ถึงได้ก้มตัวลงหยิบเสื้อผ้าบนพื้นโยนให้นาง จากนั้นก็หันหลังกลับเดินไปด้านนอก พร้อมเอ่ยเสียงเข้มว่า “รีบใส่เสื้อผ้าเสีย”
สติของฉู่หลิงอวิ้นถึงได้ค่อยๆ คืนกลับมา รับเสื้อผ้ามาใส่อย่างรีบร้อน
ฉู่ฉีเหยียนเดินออกมานอกห้อง เดิมคิดจะมุ่งหน้าไปหาฉู่สวินหยาง แต่พลันเหลือบไปเห็นว่าด้านนอกยังมีกลุ่มเงาดำคล้ายผีสางยืนออกันอยู่ เขาจึงได้แต่เปลี่ยนทิศทางอย่างจนปัญญา
ทุกคนในจวนอ๋องหนานเหอต่างรู้ฤทธิ์ของซื่อจื่อผู้นี้ดีว่าทั้งเข้มงวดและเด็ดขาดกว่าท่านอ๋องมาก วันนี้พวกเขาได้มารับรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ ในใจของทุกคนต่างกระอักกระอ่วน พากันกลั้นหายใจหลบสายตาเขาเป็นพัลวัน
“กฎระเบียบของจวนพวกเจ้ารู้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ข้าพูดมาก” ฉู่ฉีเหยียนกล่าว เกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้น นอกจากสีหน้าไม่น่ามองเล็กๆ แล้ว อย่างอื่นยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ทั้งหมด ทั้งน้ำเสียงก็หนักแน่นมั่นคงไม่เปลี่ยน “เมื่อวานในจวนจัดงานมงคล พวกเจ้าก็คงเหนื่อยล้าไม่น้อย เกิดอาการวิงเวียนตาลายไม่ใช่เรื่องแปลก กลับไปพักให้หมดเถอะ”
“เจ้าค่ะ! ข้า/บ่าวขอลา!” ทุกคนสะกดลมหายใจ แม้แต่หน้ายังพยายามไม่ให้เปลี่ยนสี พอย่อกายคารวะเรียบร้อยก็ล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ นอกจากเสียงรองเท้าปักที่เหยียบย่ำลงพื้นหิมะแล้ว ก็ไร้ซึ่งเสียงอื่นใดอีก
ฉู่ฉีเหยียนไม่ได