มมาข้างหลังคว้าเอาไว้ก่อน
ฉู่ฉีเหยียนมองฉู่หลิงอวิ้นที่ขดตัวอยู่บนเตียง ฟันบดกระทบกันเกิดเป็นเสียงกรอดๆ
ใบหน้าของฉู่ฉีเหยียนสงบนิ่งเหมือนสายน้ำ เพียงเอ่ยออกมาหนึ่งประโยคว่า “ท่านพ่อ เรื่องเกิดไปแล้ว ตอนนี้ไม่อาจชักช้า ท่านรีบเข้าวังไปรับผิดจะดีกว่า แม้จะห้ามซูหลินไม่ได้ แต่ต่อหน้าพระพักตร์ มีท่านอยู่ด้วย อย่างไรก็ดีกว่าให้พระองค์ฟังความจากเขาเพียงฝ่ายเดียว”
แน่นอนว่าซูหลินไม่อาจกล้ำกลืนความเดือดดาลนี้ลง ไม่เพียงเจ้าสาวถูกเปลี่ยนตัวในวันงาน ยังก่อเรื่องใหญ่โตถึงขนาดจับชู้ได้คาเตียง ถูกสวมหมวกใบเขียวประกายวิบวับในวันเดียวกันอีกด้วย…
นับแต่อดีตกาลมา คงจะมีเขาเป็นคนแรกกระมัง
ความอัปยศเช่นนี้ คงจะมากพอให้เขาทุ่มสุดตัวต่อสู้กับจวนอ๋องหนานเหอจนกว่าจะแหลกกันไปข้างหนึ่ง
ฉู่ฉีเหยียนรู้ชัดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา ดังนั้นจึงไม่คาดหวังว่าจะให้เขาสงบใจลงได้ ตอนนี้ขอแค่สามารถผ่อนหนักเป็นเบา ส่วนปฏิกิริยาของฮ่องเต้จะเป็นอย่างไรนั้น…
เขาก็สุดจะรู้จริงๆ
แก้มของฉู่อี้หมินกระตุกไม่หยุด สายตาที่จ้องฉู่หลิงอวิ้นเหมือนกับมองคู่อาฆาตที่ชิงชังกันมาแต่ชาติปางก่อน
ฉู่ฉีเหยียนไม่ใส่ใจ เอ่ยต่อไปอย่างสุขุมว่า “ท่านพ่อต้องจำไว้ให้ดี พี่ใหญ่ไม่ได้ทำเรื่องน่าอับอาย ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำอันโง่เขลาของฉู่หลิงซิ่วที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน พี่ใหญ่เป็นผู้บริสุทธิ์!”
หากว่าถูกบีบจนไร้หนทางเมื่อไร ฉู่หลิงอวิ้นก็ต้องถูกสละทิ้ง