วกระมัง?”
แม้สิ่งที่ฉู่เยว่เหยียนทำจะไม่ได้ส่งผลกระทบจริงจังกับใคร แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าอับอายทั้งสิ้น
“แน่นอน!” ฉู่ฉีเหยียนพยักหน้ารับ
“ขอตัว!” ฉู่สวินหยางยิ้มให้น้อยๆ กำลังจะหมุนตัวจากไปพร้อมกับฮูหยินใหญ่ ฉู่อี้หมินพลันปรากฏตัวขึ้นที่ลานด้านนอกพร้อมกับความเดือดดาล
ฉู่สวินหยางกับฮูหยินใหญ่ย่อกายคารวะเขา สองฝ่ายต่างไร้อารมณ์จะทักทายตามมารยาท ถึงได้ปลีกตัวแยกออกไป
“ท่านพ่อ!” ฉู่ฉีเหยียนสูดลมหายใจลึกแล้วเดินขึ้นไปรับหน้า
ฉู่อี้หมินมองดูบรรยากาศตึงเครียด หัวใจพลันเย็นวาบอย่างไม่รู้สาเหตุ คล้ายว่าเบื้องหลังฉากหิมะสีขาวที่โปรยปรายกำลังมีเรื่องน่ากลัวบางอย่างค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น? ซูหลินออกจากจวนไปแล้ว…” ฉู่อี้หมินเอ่ย
ฉู่ฉีเหยียนหัวเราะขื่นทีหนึ่ง ตอบเสียงจริงจังว่า “เกิดเรื่องแล้ว!”
ฉู่อี้หมินใจกระตุกวูบ คล้ายได้ยินเสียงดังลอยมาจากเรือนข้าง จึงผลักเขาออกแล้วซอยเท้าฉับๆ เดินเข้าไป
ฉู่ฉีเหยียนไม่ได้ห้ามเขา เรื่องนี้เดิมก็ไร้ทางจะปิดบัง จึงได้แต่เดินตามหลังไป
ทันทีที่ฉู่อี้หมินก้าวเข้าไปก็ตกใจจนฝีเท้าซวนเซ เกือบจะหงายหลังล้มตึง ร่างท้วมสมบูรณ์ชนเข้ากับวงกบประตู ดวงหน้ากลายเป็นสีตับหมูในพริบตา
คนแซ่เจิ้งเห็นเขาก็รีบเข้ามาขวางด้วยดวงหน้าไร้เลือด พลางกล่าวเสียงร้อนรนว่า “นายท่านฟังข้าพูดก่อน…”
ทั่วร่างของฉู่อี้หมินเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเปรี้ยง ยกแขนสะบัดนางทิ้ง แต่ก็ถูกฉู่ฉีเหยียนที่ตา