นฉู่ฉีฮุยที่เดินออกมาจากเรือนหลังนั้น
ฉู่สวินหยางหรี่ตา หันศีรษะกลับไปมอง
ฮูหยินใหญ่เอ่ยขึ้นมาอย่างรู้หน้าที่ “หนิงเอ๋อร์ได้รับความตกใจ ข้าจะรีบไปดูแล ขอไม่อยู่เป็นเพื่อนคุยกับท่านหญิงแล้ว”
“เชิญฮูหยินใหญ่ตามสบาย” ฉู่สวินหยางพยักหน้า
ฮูหยินใหญ่จึงประคองมือของหรูโม่แล้วจากไป
ฉู่สวินหยางถอนสายตาจากที่ห่างไกล รอฉู่ฉีฮุยเดินเข้ามาหา
สีหน้าของฉู่ฉีฮุยเคร่งเครียด เดินเข้ามาพลางสูดหายใจลึก เอ่ยปากทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม “เมื่อครู่เหยาเอ๋อร์นางเสียมารยาท เจ้าอย่าได้ใส่ใจ ข้าตำหนินางไปแล้ว”
นี่เป็นความพยายามเพียงผิวเผิน สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญก็มีเท่านี้ ไม่ว่าเรื่องใดๆ ขอเพียงมอบบันไดลงให้อีกฝ่าย และเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของคนในวังบูรพาสองฝ่ายจึงต้องยอมอดกลั้นเพื่อความสงบสุข
เดิมทีแผนของฉู่ฉีฮุยก็มีเพียงเท่านั้น
แต่ว่าครั้งนี้ จุดยืนของฉู่สวินหยางต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ได้ฟังคำของเขาก็กระตุกริมฝีปากคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ถามกลับอย่างเชื่องช้าว่า “แล้วถ้าข้าใส่ใจล่ะ หวงจ่างซุนจะว่าอย่างไร?”
ดวงหน้าของฉู่ฉีฮุยพลันแข็งค้าง ถึงขนาดสงสัยว่าตนเองฟังผิดไปหรือเปล่า
เขามองหน้ายิ้มแย้มของดรุณีที่อยู่เบื้องหน้า ผ่านไปเนิ่นนานถึงค่อยขมวดคิ้วแล้วเอ่ยปากทำลายบรรยากาศเย็นเยือก “เหยาเอ๋อร์นางทำเกินไปก็จริง…”
“ที่ข้าพูด หมายถึงฉู่เยว่เหยียน!” ฉู่สวินหยางไม่รอให้เขาพูดจบก็เอ่ยแทรกทันที
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เ