็นแผนที่ท่านหญิงของตนวางเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุใดพอเห็นสีหน้าพวกฉู่สวินหยางสองคนก็สูญเสียความมั่นใจไปหมดสิ้น
“ท่านหญิงซู พวกบ่าวมัวกังวลแต่จะรีบมาที่นี่ ไม่ทันสังเกตอย่างอื่นขอรับ” บ่าวคุ้มเรือนผู้นั้นกล่าวออกมาอย่างลำบากใจ
“เจ้า…” ซูหว่านอึ้งไป แค่นหัวเราะออกมาทีหนึ่งอย่างคิดไม่ถึง
นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ฮั่วชิงเอ๋อร์ก้าวขึ้นมาด้วยทนมองต่อไปไม่ไหว เอ่ยเสียงฟังชัด “ใต้เท้าเหยียนหลิงเคยช่วยชีวิตเจ้า เจ้ายังบอกว่าไม่เคยรู้จักกัน? คนอื่นล้วนมองไม่เห็น มีแต่สาวใช้ข้างกายเจ้าที่พูดเช่นนั้น เกรงว่าจะนับเป็นจริงไม่ได้หรอกนะ?”
เอ่ยจบก็ไม่สนใจสายตาทิ่มแทงของซูหว่าน เชิดหน้าสูงแล้วกล่าวอย่างดื้อรั้น “เข้าไปดูสิ คนที่อยู่ตรงประตูตายรึยัง? ข้ามองแล้วหน้าตาของบ่าวคนนั้นก็ดูไม่เหมือนคนดี แปดส่วนน่าจะเป็นโจรแน่แล้ว!”
มีบ่าวคุ้มเรือนฝืนใจวิ่งเข้าไปพลิกร่างของเหลยซวี่เพื่อตรวจสอบ ก่อนจะร้องออกมาเสียงดังอย่างเกินความคาดหมาย “นี่มิใช่คุณชายรองของเสนาธิการฝ่ายพิธีการสกุลเหลยหรอกรึ?”
ทุกคนที่ได้ยินก็พากันทำหน้าแตกตื่น
ซูหว่านไม่มีทางให้เลือกมาก กลัวแต่ว่าฉู่เยว่หนิงทางนั้นจะเกิดเรื่องผิดพลาด รีบยกกระโปรงชิงวิ่งเข้าไปในเรือนเป็นคนแรก จนลืมว่าภายในห้องถูกรมยาสลบชนิดรุนแรงเอาไว้ ทันทีที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูไป กลิ่นหอมประหลาดก็ปะทะใส่จมูกทันที
เพราะประตูเรือนถูกเปิดเข้าออกไปหลายครั้ง ฤทธิ์ยาจึงอ่อนลง