ไปมากแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก ซูหว่านก็เริ่มหน้ามืดตาลาย ร่างกายโอนเอน
นางตื่นตระหนกในใจ รีบคว้าวงกบประตูไว้เพื่อพยุงตัว จากนั้นก็ใช้สายตามองไปรอบๆ ตัวคนทรุดลงพื้น กองแหมะอยู่ข้างๆ เหลยซวี่ สาวใช้สองคนที่ตามมาพากันหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปประคอง
ไม่คาดฝัน ผู้ที่วิ่งน้ำหน้าไปพลันฝีเท้าซวนเซเมื่อเข้าใกล้ประตู ก่อนจะล้มคว่ำไปข้างหน้าด้วยอีกคนหนึ่ง
“นี่… นี่… นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” เหล่าสตรีผู้สูงศักดิ์พากันหน้าเสีย น้ำเสียงสั่นเครือ
ทั้งข้ารับใช้คนอื่นๆ ต่างก็หวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเข้าไปอีก มุมปากของเหยียนหลิงจวินกระตุกขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อยเยื้องย่างไปหา ฮั่วชิงเอ๋อร์กลัวเขาจะพลอยโดนไปด้วย รีบเข้าไปห้ามปราม “เดี๋ยว…”
แต่ฉู่สวินหยางกลับดึงมือนางเอาไว้ แล้วส่ายหน้าให้ พลางเอ่ยปากกำชับว่า “ใต้เท้าเหยียนหลิงระวังตัวด้วย!”
เหยียนหลิงจวินเพียงยิ้มรับ ล้วงผ้าเช็ดหน้าจากในแขนเสื้อมาปิดจมูก จากนั้นก็เดินวนรอบเรือนรอบหนึ่ง ตอนที่วนกลับมาถึงได้เอ่ยว่า “ภายในห้องมีคนรมยาสลบอย่างแรงเอาไว้ ไม่อันตรายถึงชีวิต ด้านหลังเรือนมีหน้าต่าง เปิดออกให้อากาศระบายหน่อยก็ใช้ได้แล้ว”
“ไม่เป็นไรก็ดี ไม่เป็นไรก็ดี!” พวกฮั่วชิงเอ๋อร์พากันตบอกอย่างโล่งใจ
บ่าวรับใช้ถึงค่อยกล้าเดินเข้าไปใกล้ พากันปิดจมูกแล้วย้ายร่างคนทั้งสามที่อยู่หน้าประตูออกมา
ขณะที่ด้านนี้กำลังวุ่นวาย ชายาอ๋องหนานเหอก็ได้รับข่าว จึงรีบร้อนตามมาพร้อมกั