“มีคนเผายาสลบอย่างแรงเอาไว้ในเรือน ท่านหญิงสี่สลบไปแล้ว ตอนนี้ปลอดภัยดีขอรับ!” ลู่หยวนตอบ
ยาสลบ? ไม่ต้องบอกก็รู้ ถ้าหากนางตามเข้าไป คงต้องสลบไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย จากนั้นฉู่เยว่เหยียนก็จะพาเหลยซวี่เข้ามา จัดฉากบางอย่างเล็กๆ น้อยๆ ทีนี้ก็คงยากจะอธิบายอะไรๆ ให้ชัดเจนได้อีก!
แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดจะลงมือกับนางจริงๆ เหตุใดต้องพุ่งเป้าไปที่ฉู่เยว่หนิงด้วยเล่า?
ยิ่งกว่านั้น หลังจากที่นางไม่ได้เข้าไปในเรือน จากนิสัยของฉู่หลิงอวิ้นคงไม่มีทางอยู่เฉยไม่ทำอะไรแน่!
ฉู่สวินหยางเกิดความฉงนแวบผ่านกลางใจ ไตร่ตรองไปพลันเอ่ยถามลู่หยวนว่า “เรือนหลังอื่นไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“ไม่มีขอรับ!” ลู่หยวนส่ายหน้า
“ก็ดี…” ฉู่สวินหยางพยักหน้า ใช้สมองครู่หนึ่งแล้วสั่งว่า “พวกเจ้าสองคนพาน้องสี่ไปที่เรือนข้างๆ ก่อน”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” สองคนรับคำ ช่วยกันพาฉู่เยว่หนิงกับสาวใช้อีกคนที่ไม่ได้สติไปที่เรือนด้านข้าง ฉู่สวินหยางที่อยู่ในเรือนก็ไม่ได้ว่างงาน นางเดินเข้าไปดึงเศษผ้าที่มัดปากของคนผู้นั้นให้หลุดออก
คนผู้นั้นหวาดกลัวสุดขีด สั่นเทาไปทั้งตัวเอ่ยเสียงเครือว่า “ไว้ชีวิตด้วย! ท่าน.. ท่านหญิง ไว้ชีวิตด้วยขอรับ!”
ฉู่สวินหยางขยับยิ้ม รอยยิ้มนั้นช่างอ่อนหวานและสงบนิ่ง เอ่ยคล้ายทอดถอนใจว่า “เจ้ารู้จักข้า?”