“งั้นก็ดี ข้าทางนี้มีเรื่องยุ่งยาก มีเพียงเขาพอจะแก้ไขได้ เจ้าช่วยไปเชิญเขามาหน่อยได้ไหม” ฉู่สวินหยางถาม
อิ้งจื่อทำงานแต่ไรก็ไม่เคยถามหาเหตุผล นางผงกศีรษะทันที ไม่พูดมากความก็พุ่งตัวเข้าไปด้านลึกของสวนดอกไม้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ชิงหลัวมองคนสองคนที่นอนอยู่บนพื้น นัยน์ตาพลันมีไอสังหารลอยวน เปิดปากเสียงอำมหิตว่า “ท่านหญิงจะจัดการสองคนนี้อย่างไรหรือเจ้าคะ?”
ฉู่เยว่เหยียนช่างไร้สมองจริงๆ แม้แต่แผนการต่ำทรามเช่นนี้ก็ยังกล้าทำ ฉู่สวินหยางไม่โกรธไม่เคือง ยังสามารถขยับยิ้มได้อย่างสงบใจ เอ่ยว่า “ที่ตรงนี้ไม่เลว ให้พวกเขานอนไปสักพักเถอะ พวกเรากลับไปดูที่เรือนดีกว่า”
ชิงหลัวกวาดตามองสองคนอีกครั้งอย่างนึกรังเกียจ แล้วจึงตามฉู่สวินหยางกลับไปที่เรือนพัก
ที่เรือนพักในเวลานี้ หญิงสาวทั้งสามนางต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยและพากันจากไปแล้ว
ฉู่สวินหยางเดินเข้าลานเรือนพักไป ฝีเท้าพลันชะงัก ลู่หยวนทิ้งตัวลงมาจากหลังคา พลางโยนร่างเล็กของคนผู้หนึ่งลงบนพื้น
คนผู้นั้นรูปลักษณ์สามัญ คิ้วตาชั่วร้าย สวมชุดเด็กรับใช้ของจวนอ๋องหนานเหอ ถูกลู่หยวนมัดปากเอาไว้ มันมองมาที่ฉู่สวินหยางอย่างขลาดกลัว ส่งเสียงอู้อี้คล้ายอยากจะบอกอะไร
“จับได้บนหลังคาขอรับ!” ลู่หยวนไขความกระจ่าง
ฉู่สวินหยางไม่ได้ถามต่อ เพียงมองข้ามเขาไปแล้วจ้องที่ประตูเรือนด้านหลัง ถามว่า “ด้านในเรือนเป็นอย่างไร?”