ห้ถอยหนีอย่างไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน
ฉู่เยว่เหยียนทางนี้ไม่ได้ไปหยิบเสื้อผ้ามาให้ฉู่เยว่หนิง เพียงแค่เดินเล่นรอบสวนดอกไม้ไปรอบเล็กๆ รอบหนึ่ง ตอนที่กลับมาก็พาบุรุษผอมสูงในอาภรณ์สีท้องฟ้ากลับมาด้วย
สองคนเดินตามทางมาด้วยสีหน้าสดใสอิ่มเอิบ คาดไม่ถึงว่าจะเห็นฉู่สวินหยางนายบ่าวอยู่ในศาลาที่ห่างออกไป ฉู่เยว่เหยียนปฏิกิริยาไวกว่า รีบดึงบุรุษผู้นั้นไปหลบที่ด้านหลังภูเขาจำลองข้างๆ
บุรุษผู้นั้นไม่เข้าใจเรื่องราว ถามอย่างฉงนว่า “มีอะไรรึ”
ฉู่เยว่เหยียนขมวดคิ้วมองศาลาที่อยู่ไกลๆ กัดฟันเค้นเสียงอย่างแค้นใจ “นางนั่นมันเจ้าเล่ห์จริงๆ สุดท้ายก็ไม่เข้าไป!”
ชายหนุ่มได้ฟังคำก็มองตามสายตาของนางไป
ด้านในศาลาเห็นเพียงแผ่นหลังของดรุณีน้อยในชุดสีขาวราวกับหิมะ ทั้งรูปร่างและหน้าตาล้วนเห็นไม่ชัดเจน แต่สาวใช้อรชรชุดเขียวที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเห็นบุคลิกผึ่งผายได้รางๆ
สายตาของบุรุษประกายแสงวาบวับ ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ ออกมาอย่างกระวนกระวาย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็แล้วไปเถอะ เจ้าก็รู้นิสัยขององค์รัชทายาท หากไปกระตุกต่อมโมโหของเขาเข้า…”
“มาถึงขนาดนี้แล้ว เจ้าคิดจะให้ข้าวางมือรึ” ฉู่เยว่เหยียนถลึงตามองเขาอย่างดุร้าย “ท่านแม่ข้าเป็น