นหนึ่งส่งมาบรรณาการไม่ถึงสี่ผืน และเพราะว่าเนื้อผ้าพิเศษแตกต่าง ทักษะการย้อมผ้าและพิมพ์ลายของซีเยว่ก็ยังมีอย่างจำกัด การจะย้อมให้ดีจึงยากยิ่งกว่ายาก ดังนั้นชุดเจ้าสาวบนตัวฉู่หลิงอวิ้นจึงถือว่าเลอค่าที่สุดแล้ว
“อย่างไรเสด็จย่าก็รักพี่หญิงที่สุด” ฉู่เยว่เหยียนเอ่ย แม้จะพูดประจบประแจง แต่น้ำเสียงก็ฟังดูเมื่อยขบอย่างเห็นได้ชัด
ฉู่หลิงอวิ้นขยับยิ้มเล็กน้อย ใบหน้าทั้งอ่อนโยนและงามงด ดูถ่อมตนไม่ขัดตา
จากนั้นพลันได้ยินเสียงหัวเราะเสียดหูของสตรีดังขึ้นพร้อมเอ่ยว่า “อาภรณ์จะงามเพียงใด ก็มิอาจสู้วาสนาอันประเสริฐที่ได้รับสมรสพระราชทาน พี่ใหญ่กับซื่อจื่อซูเหมาะกันเป็นกิ่งทองใบหยก เป็นคู่ครองที่สมกัน ต่อให้เสื้อผ้าสูงค่าปานใดก็เป็นแค่บุปผาที่ประดับบนผ้าไหมเท่านั้น”
ผู้พูดคือดรุณีน้อยในชุดสีชมพูสดใส โครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงฉู่หลิงอวิ้นอยู่หลายส่วน รูปลักษณ์แม้จะไม่โดดเด่นเทียบเท่าฉู่หลิงอวิ้น แต่ว่าเพริศพริ้งไม่สามัญ เป็นโฉมงามโดยกำเนิดอีกคนหนึ่ง
นางคือท่านหญิงรองแห่งจวนอ๋องหนานเหอ บุตรสาวอนุที่อ่อนว่าฉู่หลิงอวิ้นสองปี นามว่าฉู่หลิงซิ่ว
บรรยากาศในห้องนั้นคล้ายจะแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง สีหน้าของทุกคนแฝงความพิลึกพ