ิลั่นอยู่เลือนราง มือที่คลึงถ้วยชาของฉู่สวินหยางชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ คนอื่นๆ อาจจะไม่สังเกต แต่นางมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดวงหน้าเปื้อนยิ้มของฉู่หลิงอวิ้นกระตุกเบาๆ
ในใจของฉู่สวินหยางฉีกยิ้มทันใด เดิมคิดว่าฉู่หลิงซิ่วทำไปเพราะความริษยา แต่วินาทีต่อมาก็พบดวงตาร้ายกาจของดรุณีตวัดผ่านพร้อมเอ่ยต่อว่า “ท่านว่าใช่หรือไม่เล่า พี่ใหญ่”
สองคำสุดท้าย คล้ายเป็นคำเรียกกระเง้ากระงอดสนิทสนม แต่หางเสียงจงใจยกสูงชัดเจนพอให้ฉู่สวินหยางฟังออกถึงเจตนาท้าทายยั่วยุ
หัวใจของฉู่สวินหยางกระตุกเบาๆ แล้วเงยหน้ามองนางเพิ่มอีกหน่อยอย่างไม่รู้ตัว
ฉู่หลิงซิ่วจ้องฉู่หลิงอวิ้น รอยยิ้มเปล่งประกายเจิดจ้า
ฉู่หลิงอวิ้นใช้สายตาเยือกเย็นจ้องตอบนาง สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ถอนสายตาไปพร้อมกับรอยยิ้ม
งานแต่งนี้นางไม่ชอบใจ แค่ให้แสร้งคล้อยตามก็ยังไม่อยากทำ
มาลาหงส์ถูกยกออกมาหลังจากนั้น ทุกคนจึงต้องพากันสรรเสริญเยินยอไปอีกยกหนึ่ง
ฉู่สวินหยางนั่งดื่มชาอยู่ห่างจากนางออกไป ชมดูความรื่นเริงในห้องด้วยรอยยิ้มแต่ไม่มีท่าทีจะร่วมวง
ฉู่หลิงซิ่วถูกทิ้งไว้ด้านข้างไร้คนสนใจ นางลอบกัดริมฝีปากแน่น จากนั้นก็เปลี่ยนเป