โต๊ะ
เมื่อครู่ทุกคนเอาแต่สนทนากัน ส่วนใหญ่ไม่มีใครได้แตะต้องชา แต่ไม่รู้เป็นมาอย่างไร จู่ๆ สาวใช้ที่ยกถาดชาก็กรีดร้องลั่น ทั่วร่างซวนเซ ก่อนจะโยนทั้งถาดไปข้างหน้า
ฝูงชนด้านข้างกำลังทยอยเดินออกไปด้านนอก พื้นที่คับแคบ คิดอยากจะหลบก็หลบไม่ทัน
ฉู่สวินหยางมองทิศทางที่ถ้วยชาลอยไป ไม่ได้พุ่งมาหานางแต่กลับลอยไปหาฉู่เยว่หนิงทางนั้น
แน่นอนว่าฉู่เยว่หนิงไม่ใช่ผู้รับเคราะห์เพียงคนเดียว หญิงสาวหลายคนต่างก็เสื้อผ้าเปรอะเละไปหมด ภายในห้องพลันเกิดเสียงร้องระงมไปทั่ว
สาวใช้ผู้นั้นรู้ตัวว่าก่อเรื่องเข้าแล้ว รีบร้อนคุกเข่า โขกศีรษะลงพื้นไม่หยุด “บ่าวสมควรตาย! บ่าวสมควรตาย!”
“หุบปาก! งานมงคลเช่นนี้ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน!” ป้ากู้ที่มาช่วยดูแลฉู่หลิงอวิ้นร้องเอ็ดด้วยความโมโหทันทีที่มาถึง
สาวใช้ผู้นั้นหน้าตาซีดเผือดแล้วหุบปากฉับในทันใด
ผู้คนต่างมาร่วมแสดงความยินดีแต่กลับต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้ หญิงสาวหลายคนที่อาภรณ์เลอะเทอะต่างทำหน้าไม่สบอารมณ์ ทว่าก็ไม่กล้าโวยวายใหญ่โต
ป้ากู้เข้ามาขอโทษขอโพยด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม เอ่ยว่า “สาวใช้นางนั้นมือเท้างุ่มง่าม ต้องขออภัยจริงๆ นะเจ้าคะ จื่อเหวย เจ้าพาคุณๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เรือนข