ีท่าทีจะเอ่ยปากก่อน จึงอดจะเรียกนางอีกครั้งไม่ได้ “พี่สาม!”
“อยากรู้หรือ” ฉู่สวินหยางมองนางพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่เยว่หนิงหน้าบาง ขบริมฝีปากแน่นไม่ยอมตอบ ได้แต่ทำหน้าอ้ำๆ อึ้งๆ กระอักกระอ่วนเป็นที่สุด
ฉู่สวินหยางทำเป็นเย้านาง หัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “ท่านพ่อพูดว่า…”
นางเจตนาใช้น้ำเสียงหลอกล่อวกวน ยิ่งกระตุ้นให้ดวงหน้าฉู่เยว่หนิงร้อนฉ่ากว่าเก่า จากนั้นถึงได้เอ่ยต่อว่า “ท่านพ่อบอกว่าคุณชายสกุลเหยาผู้นั้น…ความจริงไม่เลวเลยทีเดียว!”
ฉู่เยว่หนิงได้ฟังดังนั้น มือที่ทาบอยู่บนอกด้วยความลุ้นระทึกถึงค่อยวางลงบนโต๊ะได้
ฉู่สวินหยางเห็นนางทำท่าโล่งอก ก็หัวเราะคิกคัก กระเซ้าไปว่า “ทีนี้สบายใจแล้วหรือยัง?”
ฮูหยินใหญ่สกุลเหยาเป็นคนใจเย็นสุขุม จัดการเรื่องราวได้เรียบร้อยเหมาะสม
มีจวนใดบ้างจะไม่ใช้บุตรสาวเพื่อไขว่คว้าอำนาจหรือดึงพรรคลากพวก อย่างเช่นชายารองเหลยนั้น ถึงกับส่งลูกสาวคนโตเข้าจวนผิงกั๋วกงอย่างไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่เขยสกุลเหยาที่เลือกไว้ให้ฉู่เยว่หนิงแต่แรกนั้นเป็นหลานชายซึ่งเป็นญาติฝั่งแม่ของนางเอง
นายท่านสกุลเหยาเป็นคนมีความรู้กว้างขวาง นับเป็นปราชญ์ราชบัณทิตที่ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น หลังจากแคว้นซีเยว