่สถาปนาขึ้นก็เคยเข้าร่วมในคณะขุนนาง เป็นที่นับหน้าถือตาอยู่ช่วงหนึ่ง ฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญและเชื่อใจเขามาก แต่เขารีบร้อนเกษียณอายุกลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเกิดตั้งแต่สิบปีก่อน
ส่วนคุณชายเหยาที่ฉู่สวินหยางพูดถึงก็คือหลานชายคนโตสกุลเหยา นามว่าเหยาจิ่นเซวียน ชาติที่แล้วฉู่เยว่หนิงก็แต่งให้เขา แม้ฉู่สวินหยางจะไม่เคยคบค้ากับคนผู้นี้ แต่ก็เคยเจอที่งานแต่งครั้งหนึ่ง ความประทับใจแรกไม่เลวทีเดียว แค่เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นคุณชายที่เติบโตมาในครอบครัวบัณทิต มีน้ำจิตน้ำใจ ไม่ลำพอง ไม่ใจร้อน นับว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมอย่างมากคนหนึ่ง
นับแต่นายท่านสกุลเหยาเกษียณตัว สิบปีมานี้สกุลเหยาจึงไม่มีอิทธิพลใดๆ ต่อราชสำนัก ซ้ำยังมีท่าว่าจะค่อยๆ ถูกลืมเลือนไป สำหรับสตรีในเรือนที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องห้ำหั่นแก่งแย่งชิงดีแล้ว การที่ฮูหยินใหญ่ยังคงยึดมั่นการหมั้นหมายนี้ไว้ได้ถือว่าไม่ง่ายเลย
ฉู่สวินหยางเกิดในเดือนสาม ฉู่เยว่หนิงอ่อนกว่านางเดือนหนึ่ง ปีหน้าเดือนสี่ก็สามารถปักปิ่นได้แล้ว ความต้องการของฮูหยินใหญ่คือผ่านปีใหม่ไปก็กำหนดวันแต่งให้เรียบร้อยเสีย พอฉู่เยว่หนิงผ่านพิธีปักปิ่นแล้วก็สามารถเตรียมงานมงคลได้แต่