ก็เท่ากับลดแรงหนุนสำคัญของคังจวิ้นอ๋องได้ นี่เป็นการซื้อขายที่ได้กำไรสองต่อเชียวนะ!”
ฉู่เยว่เหยียนไม่ทันคิดก็เบ้หน้าทันที เดินผละไปอีกด้าน เอ่ยว่า “ให้ข้าดึงนางมาเป็นพวก? แค่เห็นนางข้าก็ขยะแขยงแล้ว ยังจะให้ข้าปั้นหน้ายิ้มใส่นางอีกหรือ”
“ใครว่าจะให้เจ้าไปเอาใจนาง เจ้าลองคิดกลับกันสิ ทำให้นางต้องมาประจบเจ้าแทนไม่ดีกว่าหรือ” ซูหว่านแสยะยิ้ม ท่าทีแปลกออกไป สีหน้าเผยความลำพองมั่นอกมั่นใจอย่างชัดเจน
ฉู่เยว่เหยียนหันหน้าไปมองนางด้วยความงุนงง
ซูหว่านเผยยิ้มเป็นนัย เดินเข้าไปหาแล้วกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูนาง
ฉู่เยว่เหยียนฟังแล้วก็นิ่วหน้า ก่อนจะเริ่มโอนเอนอย่างชัดเจน
“วิธีนี้เป็นอย่างไร” ซูหว่านพูดจบแล้วก็ถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง
ดวงตาของฉู่เยว่เหยียนทอประกายตื่นเต้น เพิ่งรู้ตัวว่าหากมีใครมาเห็นคงไม่เหมาะถึงได้ก้มหน้าเก็บงำความคิด ทำทีเป็นลังเลไม่กล้าตัดสินใจ ก่อนจะอึกอักตอบว่า “วิธีนี้ไม่เลวเลย แต่ถ้าเกิดว่า…”
“จะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องลองจึงจะรู้” ซูหว่านกล่าว
ความจริงฉู่เยว่เหยียนเห็นดีเห็นงามไปด้วยแล้ว เพียงรอให้ซูหว่านเกลี่ยกล่อมอีกสองประโยคนางก็จะทำเป็นเออออตอบรับ แต่ผิดคาดที่ซูหว่านกลับไม่เอ่ยอะไรมาก