งชิงความโปรดปรานอะไร แต่วังหลังอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนาง หากว่าฮ่องเต้ให้เกียรตินางตามที่สมควรจะได้ สตรีเหล่านั้นนางก็ยังยอมหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่สนใจ
แต่ว่าครั้งนี้…
ฮ่องเต้กลับปิดบังนางตั้งแต่ต้นจบ นางเพิ่งรู้เรื่องที่พระองค์จะรับชายาก็ตอนที่พระราชโองการถูกสั่งลงมาแล้ว
นึกถึงว่าตอนนั้นนางยังเอาแต่หมกมุ่นคิดว่าจะส่งทั่วป๋าหรงเหยาไปสกุลใด หลัวฮองเฮารู้สึกว่าตัวเองเป็นจุดอ่อนที่น่าหัวเราะมากที่สุดในใต้หล้า
“ฮองเฮาเพคะ ก็แค่ชายาคนหนึ่งเท่านั้น” แม่นมเหลียงลอบถอนหายใจ เดินเข้าไปเก็บกวาดบอนไซน้อยที่ถูกตัดจนไร้ค่า กล่อมเสียงเบาว่า “แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไร้กำลังสนับสนุนในราชสำนัก ทุกอย่างยังอยู่ในกำมือของฮองเฮามิใช่หรือเพคะ”
หลัวฮองเฮายิ้มเยาะ ดวงตาคมปราบหันมามองนาง เอ่ยชัดทุกคำว่า “แต่ฮ่องเต้เลือกจะปิดบังเรื่องนี้กับข้า เจ้าจะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
พูดถึงการรับชายา ก่อนหน้านี้นางก็เคยเอ่ยปากถามฮ่องเต้ว่าทั่วป๋าหรงเหยาจะต้องไปอยู่จวนใด ฮ่องเต้กลับปิดปากเงียบ นี่มิใช่เป็นการตบหน้านางอย่างแรงหรอกหรือ
วังหลังมีชายาเพิ่มมาคนสองคนหาใช่เรื่องใหญ่ แต่นี่เป็นสัญญาณอันเลวร้าย ชวนให้นางกังวลใจอย