….”
“จำคำของข้าไว้!” ฉู่ฉีฮุยยังไม่ยอมให้นางเอ่ยจบ สั่งเสียงน่ากลัว“นับแต่วันนี้ ไม่อนุญาตให้เจ้าออกนอกจวน ห้ามไปเจอซูหว่านอีก ไม่ว่าเรื่องของจวนอ๋องหนานเหอหรือว่าสกุลซูก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราทั้งสิ้น เจ้าไม่ต้องเข้าไปวุ่นวาย”
ครั้นมีเสียงแข็งกร้าวตวาดใส่เช่นนั้น ฉู่เยว่เหยียนก็หยุดปาก พลางกำชายเสื้อออย่างไม่พอใจ
ฉู่ฉีฮุยไม่อยากคุยต่ออีก แล้วหมุนกายหันหลังให้
ฉู่เยว่เหยียนยืนอยู่ที่เก่า จ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ยกเท้าหมุนตัวจากไปอย่างไม่ชอบใจนัก
ฉางหลินเฝ้าอยู่หน้าประตู รีบดึงสติ “ท่านหญิงเดินระวังด้วย!”
ฉู่เยว่เหยียนแค่นหัวเราะใส่ด้วยอารมณ์บูดบึ้งแต่ไม่หันมามอง เดินดิ่งตรงออกไปนอกเรือน
เมื่อครู่ฉางหลินเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูตลอด เขาได้ยินเหตุการณ์ภายในห้องหนังสืออย่างชัดเจนทุกคำ
เขามองตามแผ่นหลังของฉู่เยว่เหยียนไปอย่างครุ่นคิด จากนั้นก็หันกลับไปมองด้านใน ลองเอ่ยถามว่า “ท่านชาย ท่านหญิงดื้อรั้น ต้องการให้ข้าน้อยส่งคนไปเฝ้านาง…”
ฉู่ฉีฮุยพูดว่าไม่อนุญาตให้ฉู่เยว่เหยียนออกนอกจวน แต่ฉู่เยว่เหยียนอาจจะไม่ได้ทำตามจริงๆ
ฉู่ฉีฮุยยืนอยู่ที่เก่าไม่ขยับ ด้านข้างลำตัวหันอ