ป็นครั้งแรก ขณะตกอยู่ในความตะลึงก็ได้ยินประโยคข้างท้าย ดวงตาพลันสว่างวาบ
นางรีบดึงสติกลับมา อารมณ์สงบลงมาก สะบัดชายเสื้อครั้งหนึ่ง เอ่ยว่า “ต่ำกว่าข้าก็แต่ง ขอเพียงถูกใจข้าเป็นพอ แต่งกับคนที่ต่ำกว่าจะเป็นไรไป”
วาจายังไม่ทันจบดี ก็ได้ยินเสียงตวาดก้องมาว่า “หุบปาก!”
สองแม่ลูกสะดุ้งสุดตัว หันหน้ากลับไปมองพร้อมกัน ก็เห็นฉู่อี้หมินเดินข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยใบหน้าเดือดดาล
เขาชี้หน้าฉู่หลิงอวิ้นด้วยมือที่สั่นเทา ด่าทออย่างโมโหโทโส “เจ้าไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร เป็นถึงท่านหญิงจวนอ๋องหนานเหอ กลับเอ่ยวาจาต่ำช้าเช่นนี้หรือนี่ แต่งไม่แต่งอะไร? คำพูดเช่นนี้สมควรออกมาจากปากสตรีอย่างเจ้ารึ หากใครพูดออกไป เจ้าไม่ขายขี้หน้าคนอื่น แต่ข้ากับแม่เจ้ายังจะมีหน้าไปพบเจอผู้คนอยู่อีกหรือ”
ฉู่หลิงอวิ้นแม้จะถูกพะเน้าพะนอจนเย่อหยิ่ง แต่สำหรับผู้เป็นบิดานั้น นางกลับเกรงกลัวอยู่มาก ครั้นถูกฉู่อี้หมินตวาดใส่หน้าเช่นนี้ สีหน้าของนางจึงซีดเผือดไปทันที พลางกัดริมฝีปากด้วยความอดสู ไม่กล้าปริปากคัดค้านแม้แต่คำเดียว
“นายท่าน...” คนแซ่เจิ้งสงสารบุตรสาว จึงลุกขึ้นย่อกายคารวะฉู่อี้หมิน พลางเข้าไปลูบอกให้เขา