มไม่เล่าทั้งหมดให้ฟังอย่างโง่เขลา จะให้เชื่อง่ายๆว่าผู้ที่เรียกตนเองว่าโฮ่วอี้คนนี้คือโฮ่วอี้จริง ๆไม่ได้ แต่ว่า…“ธนูของท่านยิงขึ้นตำหนักสวรรค์ได้หรือไม่” หยางชีซานมองคันธนูและลูกธนูของโฮ่วอี้ทว่า… โฮ่วอี้พูดว่า “ธนูนี้ไม่ได้ขอรับ”
ความหวังที่เพิ่งมีมากขึ้นของหยางชีซานหายไปอีกครั้งแต่โฮ่วอี้หยิบกระบอกลูกธนูล ้าค่ากระบอกหนึ่งออกมา ในนั้นมีลูกธนูขนสีขาวเพียงลูกเดียววี้ด!หงส์เพลิงในสำนักชางอู๋บินทะยานมาจากสำนักในครานี้ มันบินวนเหนือศีรษะของโฮ่วอี้ หยางชีซานมองลูกธนูลูกนั้นหยางชีซานคารวะทันที “ท่านหงส์เทพ”“เขาคือโฮ่วอี้จริงๆ” สายตาของหงส์เพลิงเปลี่ยนจากลูกธนูไปที่โฮ่วอี้ มันยืนยันตัวตนของโฮ่วอี้ “ธนูเทียนตี้และธนูสวรรค์โลหิตที่เขาแบกสามารถยิงสารขึ้นไปตำหนักสวรรค์ได้”ผู้อาวุโสรองที่มาช้าไปเล็กน้อยได้ยินดังนั้นก็โล่งอก เขายื่นหนังสือที่รวบรวมไว้แล้วยื่นไปข้างหน้าโฮ่วอี้โนเวลพีดีเอฟโฮ่วอี้รับมาถามว่า “ขอเสียมารยาทถามเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้นได้หรือไม่”หลายปีก่อนหน้านี้ เนื่องจากพระคุณของกุ่ยหมู่ เดิมทีเขามาชางอู๋เพื่อรอเวลายิงต้าซือมิ่งตายแต่หลายปีมานี้ ประการแรกเขาหาโอกาสที่เหมาะสมไม่ได้ประการที่สองเขาไม่รู้สึกว่าผู้ที่ขึ้นตำแหน่งจวินโฮ่วคนนี้จะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อผู้คน เขาจึงอาศัยอยู่ในเมืองชางอู๋เรื่อยมา หากไม่ใช่
เช่นนี้ เขาคงรับรู้ไม่ได้ว่าโยวตูส่งสารมาไม่หยุด ส่วนข่าวที่สำนักชางอู๋