ี่ยนชิงตบโต๊ะลำพึงว่า “นี่น่ะสิเรียกว่าชีวิต” เมื่อก่อนเอาแต่เป็นกังวล เขาลืมไปแล้วว่าไม่ได้ทานอาหารเช้าอย่างสบายใจเช่นนี้มานานแค่ไหนแล้วแม้เขาจะอยู่ได้โดยปราศจากการทานธัญญาหารมานานแล้วแต่กิจวัตรสบายๆ เช่นนี้ก็ทำให้เยี่ยนชิงคิดถึงมาก โชคดีที่วันเวลาแบบนี้กลับมาอีกครั้ง มีความสุขมากจริงๆ…“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ น้องเขย กินเสร็จเรากลับชางอู๋กันเถอะ ปู่ทวดคงกำลังรออยู่” เยี่ยนจื่อเสาเอ่ยขึ้น เดิมทีเขาไปชิงชิวกับเยี่ยนหงชวนต่อมา… เมื่อรู้ว่าเยี่ยนอวี่ไปยุคคุนหลุน เยี่ยนจื่อเสาจึงกลับไปรอที่จักรวาลดั้งเดิม ส่วนเยี่ยนหงชวนก็คิดว่าเขาอายุมากแล้ว ตบะก็ไม่ได้สูงส่ง อยู่จักรวาลดั้งเดิมไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ อาจจะรบกวนอีก สู้กลับชางอู๋ก่อนดีกว่า พวกเขาสองคนจึงแยกทางกันบัดนี้ครอบครัวพร้อมหน้าแล้ว เยี่ยนจื่อเสาก็ไม่ได้ลืมปู่ทวด “ถึงอย่างไรเราก็ต้องกลับไป กลับเร็วหน่อยให้ปู่ทวดดีใจเสียหน่อย”“ข้าส่งจดหมายให้ชางอู๋แล้ว” เทียนตี้พูดทันที เขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทางผู้อาวุโสนั่นได้รับข่าวว่าปลอดภัยแล้วทว่าเยี่ยนชิงยังคงพูดว่า “แต่ไม่เหมือนกับการกลับไปด้วยตนเองแน่นอน เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถ้าไม่มีธุระอะไร เรากลับไปชางอู๋เร็วหน่อยก็ดีแล้วก็อีกอย่าง… งานแต่งงานของเจ้าและลูกเขย พ่อกำลังครุ่นคิดว่าครั้งที่แล้วจากไปอย่างรีบร้อน ทุกคนยังไม่ได้ดื่มอวยพรเลย คงต้องเชิญญาติสนิทมิตรสหายมาดื่มอีกครั้งหรือไม่”
“เจ้าค่ะ” เ