ทว่าเยี่ยนอวี๋กลับพยักหน้ากล่าวว่า “มีความเป็ นไปได้มาก มิ เช่นนั้นแม้ว่าเจ้าจะพลิกผันพันธะความเป็ นความตายแล้ว บัดนี้ก็คง ไม่ง่ายดายเช่นนี้ แต่นี่ก็เป็ นแค่การคาดเดาของข้า”
“การคาดเดาของอาจารย์ไม่ผิดแน่นอน” เทียนตี้แสดงสีหน้า เคร่งขรึม “แต่หากเป็ นเช่นนี้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องเก่งกาจมาก”
“ใช่แล้ว มิเช่นนั้นจะปั่นความคิดของจักรพรรดิทั้งห้าได้อย่างไร” จางอวิ๋นเมิ่งพูดตรงประเด็น
เทียนตี้พูดไม่ออก แต่ว่า…
“ข้าคิดไม่ออกว่ามีบุคคลแบบใดที่สามารถทาถึงขั้นนี้ได้ อาจารย์ แม้แต่ท่านก็ท าไม่ได้มิใช่หรือ”
เยี่ยนอวี๋กลับส่ายศีรษะ “ข้าในบัดนี้ทาได้”
“เช่นนั้นฝ่ ายตรงข้ามก็ต้องเป็ นบุคคลที่เหมือนกับท่านในตอนนี้ หากไม่ใช่พวกสารเลวที่หลงเหลือของแอตแลน เหตุใดจึงจับมือใคร ดมไม่ได้…” เทียนตี้ขมวดคิ้วแน่น ยังคงมิอาจเข้าใจ “ดังนั้นตอนนี้ ‘มัน’ ต้องการสิ่งใดหรือ”
“นี่ก็คือสิ่งที่ข้าให้เจ้าจับตามอง ดูว่า ‘มัน’ จะทาอะไรจึงจะสรุปได้ ว่า ‘มัน’ คือใคร และจับ ‘มัน’ ให้ได้ หรือไม่ก็ล่อ ‘มัน’ ออกมา” เยี่ย นอวี๋พูดพลางกล่อมเด็กน้อยนอน
เยี่ยนจื่อเยี่ยทนดูต่อไปไม่ไหว “เสี่ยวเป่ าเพิ่งตื่น ให้เขานอนอีก แล้วหรือ”
“หาววว…” เด็กน้อยที่หาวเบาๆ ท่าทีสะลึมสะลือ
ลุงใหญ่เยี่ยนจึงเงียบและยังยื่นมือไปตบหลังของเด็กน้อยเบาๆ เข้าใจว่าคงจะเกี่ยวข้องกับสีตาของเจ้าเด็กน้อยคนนี้