่คือการแกล้งตาย เขาระเบิดตัวเองก็จริง แต่ ‘เขา’ ไม่ได้ต้องการโจมตีพวกเราด้วยพลังระเบิดนั่น แต่ใช้สิ่งนี้เพื่อระเบิดรอยแยกหนีการกดทับของภูเขาเก่าแก่ของเจ้า”“ข ยะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าวิจารณ์อย่าง ‘ตรงประเด็น’ทำให้เยี่ยนอวี๋ที่เดิมทีรู้สึกกลัดกลุ้มยกมือขึ้นบีบแก้มน้อยๆ ของเด็กน้อย “เขาหนีไปจากเงื้อมมือของแม่ได้ก็ไม่ใช่ขยะแล้ว มีความสามารถไม่เลวเลย”“ก็ไม่กล้า ออกมา สู้” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับมืออวบอ้วนน้อยๆ ราวกับรู้สึกคันมือ กล่าวว่า “เป่ายังอยาก ทุบเขา”เยี่ยนอวี๋พูดขึ้นว่า “หรือว่าปล่อยเจ้าออกไปช่วยท่านยายทุบแมลงเหล่านั้นดี”
“อ้ะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าหดเข้าไปในอ้อมกอดของท่านพ่ออย่างคัดค้านทันทีเยี่ยนอวี๋ยิ้ม เด็กน้อยคนนี้น่ารักจริงๆ เลย เพียงแต่ว่า… เยี่ยนอวี๋ยังคงอารมณ์ไม่ดีนัก “ผู้ที่หนีไปนี้เกรงว่าจะเป็นผู้ที่ขโมยพลังของเจ้าไปจริงๆ ดูเหมือนว่าเขาจะใช้พลังของเจ้าไปแล้ว ไม่ได้ใช้ไม่ได้อย่างที่เจ้าคาดคิดในตอนแรก”“เกินความคาดหมายของข้าไปจริงๆ” ต้าซือมิ่งที่คิดไม่ถึงเช่นกันแผ่ซ่านจิตเหนือสำนึกออกไป เขากำลังสัมผัสกลิ่นอายที่หลงเหลือในเหตุการณ์ เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าฝ่ายตรงข้ามขโมยและใช้พลังของเขาไปเท่าไรในกระบวนการนี้ เยี่ยนอวี๋กลับพบว่าในปราสาทที่มืดมิดและทรุดโทรมนี้มีกลิ่นอายของเจี่ยนชิว อีกทั้งนางยังกำลังฟื้นตัวกู้จื่อเฟิงที่ลงมาก็พบแล้วว่า “กุ่ยหมู่อยู่เรือนหลัง ยังไม่หนีไป คงถูกทอดทิ้งไว้”