าฟ่านเจียงไม่ได้เจอปฐมราชินีในครานั้น ไม่เช่นนั้นนางแค่ส่งเหล่าขุนเขาและท้องทะเลตัวหนึ่งออกมา ข้าฟ่านเจียงก็ไม่ใช่ยมราชแล้ว แต่คงเป็นผีในยมโลกไปจริงๆ แล้ว ฟ่านเจียงคิดพลางเช็ดเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริง
ทว่าเขาเพิ่งจะคิดเสร็จ ‘ท้องฟ้า’ อันมืดมิดของหลุมศพก็ปรากฏการเปลี่ยนแปลงแล้วฉ่า ฉู่ฉ่า…ไม่รู้ว่าฝูงอะไรจู่โจมออกมาอย่างกะทันหัน ทำให้ท้องฟ้าของหลุมศพถูกฉีกจนหลายเป็นรอยแยกมากมาย จากนั้น…ซู่ ซู่ๆ…ตัวอะไรบางอย่างสีดำแดงนับไม่ถ้วนสยายปีกบินลงมาจากท้องฟ้าสูง“มารดามันเถอะ”“แมลงสาบ”อินหลิวเฟิงที่กรีดร้องตกใจจนกระโดดขึ้นมา เขาก็กระโดดไปข้างหลังเยี่ยนอวี๋ด้วยสัญชาติญาณทันทีเอ้อร์เหมามองเขาอย่างพูดไม่ออกอีกครั้ง “นายน้อย สมแล้วที่ท่านเป็นเจ้านายที่ชอบเกาะผู้หญิงกิน”“ไสหัวเจ้าไปซะ! แมลงสาบโว๊ย แมลงสาบ!” อินหลิวเฟิงหน้าถอดสี เขากลัวสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ที่สุดทว่า…
“โอ๊ยๆๆๆ โอ๊ยยย…” เสียงกรีดร้องแหลมของเด็กน้อยก็ดังขึ้นในครานี้ ช้ากว่าอินหลิวเฟิง แต่อุทานเสียงดังกว่าเขาแน่นอนและยังแหวกเสื้อฟ้าของท่านพ่อของเขาอย่าง ‘ติดนิสัย’ เพื่อมุดเข้าไปในเสื้อผ้าของท่านพ่อเขาอีกครั้งอินหลิวเฟิงเห็นแผ่นอกสีขาวนวลดั่งหยกของต้าซือมิ่ง อย่าหาว่าเช่นนั้นเช่นนี้เลย ต้าซือมิ่งเป็นผู้ชายที่แม้จะดูผอม แต่จริงๆ แล้วมีกล้ามหน้าอกที่น่าทึ่งยิ่งนักน่าเสียดาย… อินหลิวเฟิงเห็นเพียงปราดเดียวเท่านั้น เยี่ยนอวี๋ก็รีบจัดเสื้อผ้าให้ต้า