ี่คงเป็นเพราะพลังวิเศษฟื้นคืนชีพที่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์มีและเจ้าตัวน้อยยังกินต้นไม้แห่งชีวิตไป ทำให้ดอกไม้ไท่อี่ในสายเลือดถูกปลุกตื่นและยังเปลี่ยนเป็นรสเผ็ดแต่ว่า…“ไม่!”เยี่ยนเสี่ยวเป่าพูดอย่างน้อยเนื้อต ่าใจ เขาไม่รักดอกไม้แล้ว! ไม่เสก! เป่าเผ็ด! เสียใจ
ต้าซือมิ่งที่หยิบขนมนุ่มนิ่มรูปจิ่วอิงออกมาชิ้นหนึ่งก็ยื่นไปข้างหน้าเด็กน้อย จากนั้น…“ฮ่า…”เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ดีใจจนหัวเราะออกมาก็กินขนมจิ่วอิงลงไป ทำเอาจิ่วอิงที่หดตัวอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กน้อย ‘ขนลุกขนพอง’ !จิ่วอิงตัดสินใจในทันทีว่าต้องหาเวลาคุยกับเด็กน้อยคนนี้เสียหน่อยแล้ว เหตุใดจึงชอบกินขนมที่มีรูปร่างเหมือนมันเช่นนี้นะ เพราะคิดมิดีกับมันหรือไม่เยี่ยนอวี๋ในครานี้ลงมาอยู่ข้างกายสองพ่อลูกแล้ว มือข้างหนึ่งแตะข้อมือเพื่อตรวจชีพจรของต้าซือมิ่ง เมื่อยืนยันแล้วว่าเขาสบายดียังคงถามอย่างไม่วางใจว่า “เสถียรแล้วจริงๆ หรือ”“มีเสี่ยวเป่าอยู่ ไม่เป็นอะไรหรอก วางใจเถอะ” ต้าซือมิ่งที่ยังคงลูบหลังของเด็กน้อยเบาๆ พูดด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่ากำลัง ‘เยาะเย้ย’ เด็กน้อยเด็กน้อยต่อยต้นขาของท่านพ่ออย่างโมโห “เยาะเย้ยเป่า! เชอะ!”เยี่ยนอวี๋ไร้ซึ่งแรงต้านทานต่อเด็กน้อยที่อวบอ้วนเช่นนี้ นางอุ้มเขาเข้ามาในอ้อมอกและถามว่า “ท่านพ่อเจ้าเยาะเย้ยอะไรเสี่ยวเป่าของเราอีกแล้วหรือ พูดให้แม่ฟังหน่อยสิ”“ก็หัวเราะดอกไม้เป่า ทำให้เป่าเผ็ด!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าฟ้องเสียงด