ถอะ”“เพคะ นายท่าน” เจี่ยนชิวจึงลุกขึ้นและเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยนอวี๋และพรรคพวกจากนั้นนางก็เห็นต้าซือมิ่งผู้ที่มือข้างหนึ่งกำลังอุ้มลูก อีกข้างกำลังจับมือภรรยา แม้จะถูกแขนเสื้อปิดบังไว้ หากไม่ตั้งใจดูจะคิดว่าสองสามีภรรยานี้แค่ยืนชิดกัน แต่หากดูดีๆ จะรู้ว่าพวกเขากำลังจับมือกัน ทว่ามือที่สอดประสานนิ้วกันใต้แขนเสื้อย่อมไม่มีใครเห็น
แม้จะเป็นเพียงเช่นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เจี่ยนชิวอิจฉาตาร้อนแล้ว แต่นางกลับยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่านายท่านมีสามีที่ท่านชอบพอ หม่อมฉันยังไม่ค่อยเชื่อ บัดนี้เห็นจะเป็นจริง”“ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าเจ้ามายมโลก ข้าก็ไม่เชื่อ ไม่คิดว่าเจ้าจะมาอาศัยอยู่ที่นี่นาน ดูเหมือนว่าจะมีชีวิตไม่เลวที่นี่สินะ” เยี่ยนอวี๋พูดพลาง สายตาก็กวาดมองตำหนักกุ่ยหมู่ยมราชฟ่านเจียงที่คอยสังเกตการณ์ก็แนะนำขึ้นว่า “ปฐมราชินีไม่ทราบ ตำหนักแห่งนี้เป็นตำหนักที่ข้าน้อยสั่งให้ผีน้อยสร้างให้ครั้นกุ่ยหมู่มายมโลกของข้าน้อย”“หืม? พูดอย่างนี้หมายความว่าเมื่อก่อนไม่มีตำหนักกุ่ยหมู่ นี่เป็นตำหนักที่สร้างขึ้นใหม่หรือ” เยี่ยนอวี๋ถาม“แน่นอน” ฟ่านเจียงกล่าว “ใต้เท้าเจี่ยนชิวเป็นถึงเทพรุ่นแรกนางมาปฏิบัติหน้าที่ในยมโลก จะให้อยู่ในตำหนักเก่าและซอมซ่อได้อย่างไร ข้าน้อยย่อมต้องสร้างหลังใหม่ให้”“ข้าน้อยกลับคิดว่าไม่จำเป็น” เจี่ยนชิวตอบอมยิ้ม “แต่มีตำหนักใหม่ให้ข้าก็รู้สึกยินดีมากจึงได้ร่วมสร้างตำหนักก