เขาหรือไม่ เขาก็มีหัวใจแห่งความจริงใจที่หวังว่าเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์จะไม่ถูกทำร้ายเห็นแก่สิ่งนี้ หรงอี้ก็วางถ้วยชาลง “มีอีกเรื่องหนึ่ง จัดการเรื่องของเจ้าเองให้ดี หากมีความจำเป็นก็แต่งตั้งเทียนโฮ่วอีกคนหนึ่ง”“…ขอบคุณอาจารย์พ่อที่เตือน แต่เรื่องส่วนตัวของข้า อาจารย์พ่ออย่ายุ่งมากเลย” เทียนตี้ตอบอย่างไม่เห็นด้วย เขายังไม่มีผู้ที่สามารถเป็นเทียนโฮ่วในใจตอนนี้ต้าซือมิ่งก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาลุกขึ้นกล่าวอำลาเทียนตี้จึงลุกขึ้นส่งและพูดว่า “ข้าคงไม่ไปส่งอาจารย์พ่อแล้วฝากท่านบอกอาจารย์ด้วยว่าประเดี๋ยวข้าจะไปที่นั่น”“ได้” หรงอี้พยักหน้าและเดินจากไปเทียนตี้ที่มองแผ่นหลังสูงโปร่งที่จากไปไกล เห็นท่วงท่าขณะเดินอันสง่างามราวกับสายลม ชั่ววูบหนึ่งถึงกับต้องยอมรับว่ารูปลักษณ์ของชายคนนี้อยู่เหนือเขาจริงๆทว่าเขาเพิ่งจะคิดเช่นนี้เสร็จ เขาก็ปฏิเสธความคิดที่แท้จริงในใจนี้ออกไปโดยสัญชาติญาณ และพ่นหัวเราะเย้ยหยันออกมา ข้างหลังกลับมีเสียงเรียกขึ้นเบาๆ “เสด็จพ่อ”
เทียนตี้หันไปมองยังจำได้ว่าคือเหยาจีที่เพิ่งปรากฏตัวเมื่อครู่นี้“ทำไมหรือ”“…เหยาจีอยากเชิญเสด็จพ่อไปดูเสด็จแม่เพคะ นางคิดถึงท่านมาก วันนี้เป็นวันเกิดของนาง เหยาจีไม่อยากให้เสด็จแม่เสียใจจึงบังอาจมารบกวนเสด็จพ่ออีกครั้ง” เหยาจีพูดอย่างประหม่าจนจบเทียนตี้พยักหน้า เพราะอันที่จริงเขาก็อยากไปหาแม่ของเหยาจีก่อนค่อยกลับจักรวาลดั้งดั้งเดิม เขาจึงถามว่า “เสด็จแม