้เรียนรู้”“ปฐมราชินีกล่าวเกินไปแล้ว เทียบกับต้าซือมิ่ง อันที่จริงข้าน้อยก็แค่อวดรู้เล็กๆ น้อยๆ” กู้จื่อเฟิงตอบอย่างจริงจัง “ข้าน่ะก็แค่อาศัยความทรงจำสองชาติแรกที่มี หนึ่งในนั้นบังเอิญมีบุญวาสนากับจื่ออวี๋”“เกรงว่าไม่ใช่เพียงวาสนา คงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการมากกว่า” เยี่ยนอวี๋วางถ้วยชาลง มั่นใจแล้วว่ากู้จื่อเฟิงคนนี้ได้เรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว หรืออาจจะพูดได้ว่า “เจ้าเป็นอะไรกับผู้เฒ่าหงเหมิงคนนั้น”“ลูกศิษย์” กู้จื่อเฟิงไม่ได้ปิดบังเยี่ยนอวี๋ถามอีกว่า “เรียนกับเขามากี่ปีแล้ว”“นับพันปีก่อนจะออกจากสำนักศึกษาและมายังแอตแลนเมื่อสามหมื่นปีก่อน” กู้จื่อเฟิงตอบตามความเป็นจริง“ดีมาก” เยี่ยนอวี๋พยักหน้ากลับเปลี่ยนมาถามว่า “หากข้าต้องการให้เจ้ากลับสวรรค์เก้าชั้นฟ้าล่ะ”
กู้ชื่อเฟิงที่กำลังชงชาชะงัก คิดไม่ถึงว่าเยี่ยนอวี๋จะถามเช่นนี้เพราะว่าเขาไม่เคยคิดจะกลับไป และไม่คิดว่าเยี่ยนอวี๋จะอภัยให้คนทรยศเช่นเขาคนนี้เรื่องนี้ทำให้เขาอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “หรือว่าจะเป็นเหมือนที่ข้าน้อยคาดเดา จื่ออวี๋คือตัวตนความเป็นมนุษย์ของท่านปฐมราชินีหลังจากที่ผสานกับความเป็นมนุษย์นี้แล้ว จิตใจของท่านก็โอนอ่อนและเมตตา”“อืม เหตุใดจะไม่ได้เล่า” เยี่ยนอวี๋วางถ้วยชาในมือลง “ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังมีค่า อีกอย่างก็คือเจ้าชอบเยี่ยนจื่ออวี๋”เมื่อสิ้นเสียง… กู้จื่อเฟิงก็หยุดเคลื่อนไหว เงยหน้ามองเยี่ยนอวี๋มองสตรีที่วิจิตรและงดงาม