อนกับว่ำนำงยังสำมำรถท ำทุกสิ่งได้ด้วยเยี่ยนชิงกลับไม่ได้คิดอะไรมำก เพรำะเขำรู้ว่ำ บุตรสำวสุดที่รักของตนไม่ธรรมดำ เขำจึงเอ่ยก ำชับว่ำ “ตอนนี้เจ้ำอย่ำได้สนใจสิ่งอื่นเลย ต่อจำกนี้เจ้ำพักผ่อนในส ำนักก็พอ”“ไม่…” เยี่ยนอวี๋ก ำลังจะปฏิเสธและอธิบำยเยี่ยนชิงก็ท ำหน้ำดุพูดว่ำ “ไม่ไม่ได้ เจ้ำดูสิเจ้ำวิ่งวุ่นมำนำนแค่ไหนแล้ว หำกมีเรื่องอะไรจริงๆ ก็ให้หรงอี้ไปท ำ เขำเป็นผู้ชำยของเจ้ำเจ้ำไม่ใช้เขำแล้วจะใช้ใคร”
หรงอี้ที่ถูกเจำะจงตัวย่อมเห็นด้วย แต่แล้ว…“ไม่ได้ ข้ำต้องไป” เยี่ยนอวี๋ดื้อรั้น “ข้ำต้องไปดูเอง ข้ำอยำกรู้”‘ต้ำซือมิ่ง’ คนนั้นคืออะไรกันแน่เยี่ยนชิง “…”เขำสูดหำยใจเข้ำลึกจ ำต้องพูดว่ำ “ฟังพ่อเถอะนะ”เยี่ยนอวี๋มองท่ำนพ่อของนำงตำปริบๆ ท่ำทำงเช่นนี้เหมือนกับเสี่ยวเป่ำที่ออดอ้อนนำง ขำดแค่ไม่ได้ถูไถด้วยเท่ำนั้นเยี่ยนชิงจะทนได้อย่ำงไร เขำย่อมทนไม่ไหว “แล้วอันตรำยหรือไม่”“อันตรำยขอรับ” หรงอี้ตอบอย่ำง ‘ซื่อตรง’เยี่ยนอวี๋ถลึงตำใส่เขำทันที!เยี่ยนชิงรีบพูดขึ้นว่ำ “เช่นนั้นห้ำมไป!”“ท่ำนพ่อ” เยี่ยนอวี๋จับมือของท่ำนพ่อไว้ “ข้ำต้องไป ข้ำคุ้นเคยกับแดนมืดวิญญำณอสูร พวกข้ำไปหำร่ำงชั่วร้ำยของหรงอี้ ข้ำต้องไปกับเขำ”“หมำยควำมว่ำอย่ำงไร” เยี่ยนชิงไม่เข้ำใจ เพรำะทั้งสองยังไม่เคยเล่ำเรื่อง ‘หรงอี้’ อีกคนหนึ่งให้ฟัง
ทว่ำสถำนกำรณ์ในบัดนี้คงถึงเวลำต้องอธิบำยแล้ว เยี่ยนอวี๋จึงเล่ำให้ฟัง ท ำเอำพ่อลูกตระกูลเยี่ยนทั้งสำมต