่สบายตรงไหนหรือ”“อุ้ม…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กอดท่านแม่ไว้ยังคงไร้ชีวิตชีวา ซึ่งต่างจากสภาพร่าเริงมีความสุขที่มาครั้งก่อนมาก ทำให้เยี่ยนอวี๋รู้สึกกังวลในใจ
ถึงแม้ต้าซือมิ่งยังคงบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่เยี่ยนอวี๋ก็ยังเป็นห่วงมากอยู่ดี “เสี่ยวเป่าไม่เป็นอะไรจริงๆหรือ”“ไม่เป็นอะไรหรอก นอนมากไปหน่อยก็เลยเฉื่อยชา” หรงอี้ตอบอย่างมั่นใจ เพราะเด็กน้อยก็นอนไปนานกว่าที่เขาคาดไว้จริงๆ เขาเพิ่งตื่นเมื่อเช้าวันนี้ ถือว่านอนไปแล้วสองวันสามคืนเยี่ยนอวี๋จึงลูบศีรษะที่มีขนอ่อนน้อยๆ ของเด็กน้อย “เสี่ยวเป่าไม่หิวหรือ ท่านพ่อเจ้าทำอาหารไว้ให้เจ้าด้วยนะ กินสักหน่อยดีหรือไม่จ๊ะ” เสี่ยวเป่าจอมตะกละจู่ๆ ก็ไม่อยากอาหารแล้ว ดูอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ดี“เจ้าตัวน้อยผู้น่าสงสาร” เยี่ยนชิงมองเด็กน้อยอย่างปวดใจ “ให้ปู่อุ้มดีหรือไม่”เยี่ยนเสี่ยวเป่าส่ายศีรษะ ยังคงขดตัวอยู่ในอ้อมอกของท่านแม่ต่อไป ดวงตากลมโตของเขากึ่งปิดกึ่งเปิด ราวกับว่าจะหลับอีกแล้ว“นอนไม่ได้แล้วนะ” เยี่ยนอวี๋หยิกแก้มน้อยๆ ของเด็กน้อย “เจ้าหนูน้อยของเจ้าล่ะ”“จิ๊ด!” หนูน้อยที่ได้ยินเสียงเรียกก็กระโดดออกมาจากตัวเม่ยเอ๋อร์เยี่ยนเสี่ยวเป่าปราดตามองแล้วก็อ้าปากหาวอย่างไม่รู้สึกสนใจ“แม…”
“อยู่นี่จ๊ะ” เยี่ยนอวี๋จูบเด็กน้อยเบาๆ นางยังคงมองท่านพ่อเด็กน้อยอย่างกังวลหรงอี้จึงอุ้มเด็กน้อยไป มือข้างหนึ่งก็นำขนมที่เด็กน้อยชอบทานมากที่สุดออกมาและป้อนเขาเยี่ยนเสี่ยวเป