ผู้สูงส่งมิอาจเอื้อมถึงดุจทวยเทพเนื่องจากติ้งซีอ๋องมีหน้าตาคล้ายหยวนคังฮ่องเต้ แต่เขาหน้าตาดีกว่า เยี่ยนอวี๋จึงมองเขาได้นานกว่าหยวนคังฮ่องเต้ นางสัมผัสได้ว่าฌานตบะของคนๆ นี้ไม่ธรรมดา ราวกับว่าจะแข็งแกร่งกว่าหยวนคังฮ่องเต้ด้วย“ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน” ติ้งซีอ๋องย่อมสังเกตเห็นสตรีงามงดเยี่ยนอวี๋ เมื่อเห็นว่านางกำลังมองตนเองก็พยักหน้าทักทายด้วย
ใบหน้าสดใส ดวงตาคล้ายลูกปัดสีฟ้า ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าตาเหมือนคนต่างแดนและรูปร่างงามเยี่ยนอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย “ติ้งซีอ๋อง” นางจำได้ว่าเม่ยเอ๋อร์เคยบอกว่าหยวนคังฮ่องเต้มีน้องชายคนหนึ่ง แม้จะต่างมารดา แต่ก็เป็นที่ไว้วางใจของหยวนคังฮ่องเต้เป็นอย่างมาก ดูท่าท่านนี้คงคือติ้งซีอ๋องเหอซงเองก็เดินเข้ามาเรียนแจ้งพระประสงค์ของหยวนคังฮ่องเต้“ฮ่องเต้ทรงกังวลว่ากู้กุ้ยเฟยประสบการณ์ยังน้อย ต้าซือมิ่งท่านก็ไม่ค่อยชอบยุ่งเกี่ยว ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดพิธี พระองค์จึงทรงสั่งให้ติ้งซีอ๋องแห่งราชสำนักคอยสังเกตการณ์ และให้อัครมหาเสนาบดีหยางและท่านแม่ทัพเฉินเป็นผู้ช่วย”“อืม” หรงอี้ขานตอบอย่างขอไปทีเยี่ยนเสี่ยวเป่าอ้าปากให้เขา จ๊อกๆ…“หิวแล้วหรือ” หรงต้าซือมิ่งที่เริ่มป้อนข้าวให้เด็กน้อยก็แสดงท่าที‘ไม่รับแขก’เหอซงจึงทำได้เพียงเดินนำติ้งซีอ๋องขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งกลัวว่าต้าซือมิ่งท่านนี้จะหงุดหงิดแล้วจะเล่นพิเรนทร์อีกติ้งซีอ๋องและคนอื่นๆ ก็กล่าวลาอย่างรู้มารยาท ไม่ม