ชิงแล้ว พวกเขาคงถูกกำจัดออกจากเก้าสิบสามสำนักและตกรอบไปทันที“จริงหรือ ข้าเก่งมากเลยหรือ” ชุ่ยชุ่ยถามด้วยดวงตาที่พร่ามัวและยังมองไปที่คุณหนูใหญ่ของตน “คุณหนูใหญ่ ข้าเก่งมากแล้วจริงๆหรือเจ้าคะ”“จริงสิ” เยี่ยนอวี๋หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาให้ชุ่ยชุ่ยเช็ดน ้าตา “เก่งมากแล้วล่ะ”“เก่ง!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าอยากเข้ามามีส่วนร่วมแต่ถูกท่านพ่อที่ไม่ชอบความเบียดเสียดอุ้มไว้ เขาทำได้เพียงตะโกนจากข้างนอก!
ชุ่ยชุ่ยจึงหัวเราะทั้งน ้าตา “เช่นนั้นข้าไม่ได้ทำให้คุณหนูใหญ่อับอายสินะ!”“ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังสร้างชื่อเสียงให้ด้วย!” เยี่ยนชิงตบไหล่นังหนูเบาๆ “เห็นเจ้าเงียบๆ เช่นนี้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเพียบพร้อมความสามารถในการสู้ผู้อาวุโสเก้าในหมัดเดียวได้ดังเช่นที่เจ้าต้องการในครานั้นแล้ว”นี่เป็นความตั้งใจเดิมของชุ่ยชุ่ย ครานั้นทุกคนไม่เห็นเป็นเรื่องจริงจัง แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่านางทำได้แล้ว ระหว่างที่เยี่ยนอวี๋พาเม่ยเอ๋อร์ออกจากสำนักไป ชุ่ยชุ่ยคงตั้งใจฝึกฝนเพื่อเป้าหมายของนางอย่างบากบั่น“ดีใจด้วย” ชือหมินหมิ่นกล่าวแสดงความยินดีกับชุ่ยชุ่ย เขาเป็นคนที่รู้ใจชุ่ยชุ่ยดีที่สุดแล้ว ในฐานะที่ทั้งสองเป็นไก่อ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว พวกเขาจึงได้กลายเป็น ‘แนวร่วม’ ฝึกฝนวิชาด้วยกันไปโดยปริยาย“ขอบใจ” ในที่สุดชุ่ยชุ่ยก็หยุดร้องไห้ ทว่าดวงตาของนางบวมเป่งเป็นลูกเหอเถาแล้ว เห็นแล้วน่าสงสารจับใจในขณะที่คนสำนักชางอู๋กล่าวแสด