ามโมโหที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในใจของภรรยา เขาก็ยื่นมือออกไปจับมืออ่อนนุ่มของนางไว้แล้ว จากนั้นก็ยกขึ้นมาจูบเบาๆ ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ความรักเอ็นดูที่เอ่อล้นออกมาก็ทำเอาคนไม่น้อยรู้สึกหวานเลี่ยนไปหมดอินหลิวเฟิงคนหนึ่งแล้วที่รู้สึกปวดฟัน เขาทนดูต่อไปไม่ไหวจึงหันศีรษะไปดูชุ่ยชุ่ยต่อดีกว่า!“คราวนี้คนสำนักคุนอู๋หาชุ่ยชุ่ยไม่เจอแล้วแน่!” เอ้อร์เหมาที่คอยจับตามองชุ่ยชุ่ยมาตลอดก็เอ่ยขึ้น “นางวิ่งเร็วเช่นนี้ คนสำนักคุนอู๋ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแย่แล้ว!”ทว่าเม่ยเอ๋อร์กลับพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ก็ไม่แน่ มีคนเลวอยู่!”“ไหน” เอ้อร์เหมาถ่างตามองอินหลิวเฟิงสายตาคมกริบ เขาจึงเห็นทันที “ในกอหญ้า! เฮ้อ!ร้ายจริงๆ! ในกอหญ้ามีคนซ่อนอยู่จริงด้วย คนนั้นคือใคร เม่ยเอ๋อร์เจ้าดูออกหรือ”เม่ยเอ๋อร์มิได้ตอบ ในสนามประลอง คนๆ นั้นซ่อนตัวอยู่ในกอหญ้าตั้งแต่แรก เมื่อเขาเห็นว่าชุ่ยชุ่ยชิงป้ายชื่อของศิษย์สำนักคุนอู๋ไปอย่างไรแล้วก็คลานออกมาจากกอหญ้า
เครื่องแต่งกายสีเงินระยิบระยับ ต่างจากการแต่งกายของจงหยวน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียน! และศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนคนนี้ก็หายวับไปทางกลุ่มคนหยางไป่หมิง เห็นได้ชัดว่าเขาไปบอกข่าวแล้ว“ให้ตายเถอะ! เลวจริงๆ!” เอ้อร์เหมาผู้ที่เป็นคนอารมณ์ดีเช่นนี้ยังโมโหจนด่าคำหยาบอินหลิวเฟิงเองก็จุกจนพูดไม่ออก “เลวจริงๆ!”“ลัทธิเซิ่งเหลียน!” เยี่ยนจื่อเสาจ้องไปที่ตำแหน่งของลัทธิเซิ่ง