้องการให้ท่านพ่อกอดๆเยี่ยนหงชวนก็มิได้รั้งเขาไว้ ครั้นกำลังยื่นเด็กน้อยออกไป กลับถูกเยี่ยนชิงแย่งไป “ตาอุ้มเอง!”“เนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าถีบขากลางอากาศสองสามที “สูง!”“หมายความว่าอะไร” เยี่ยนชิงไม่เข้าใจเยี่ยนอวี๋อธิบายว่า “เขาจะนั่งบนที่สูง ท่านพ่อของเขาให้เขานั่งบนไหล่ทุกวันเจ้าค่ะ”“ตาก็ทำได้!” เยี่ยนชิงยกเสี่ยวเป่าขึ้นไปบนไหล่อย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังให้หลานชายแยกขาออกเพื่อขี่คอของเขาอย่างเอาอกเอาใจ“อ้ะๆๆ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดีใจสุดขีด เขาจับผมของท่านตาด้วยความตื่นเต้น
“โอย! เสี่ยวเป่าไม่จับสิ” เยี่ยนชิงทำท่าจะห้ามปรามแต่เยี่ยนเสี่ยวเป่ากลับพูดอย่างตื่นเต้นดีใจว่า “ตา! ชอบ! ชอบ!ข้าชอบ!”เยี่ยนชิงฟังประโยคนี้ออก รู้ว่าหลานชายจ ้าม ่าของเขาบอกว่าชอบเขา เขาจึงยอมปล่อยให้เจ้าตัวน้อยจับมวยผมที่หวีเป็นระเบียบของเขา“ฮึ สมแล้วที่สำนักชางอู๋เป็นสำนักรั้งท้าย เป็นถึงเจ้าสำนัก แต่กลับไร้ซึ่งความน่าเกรงขามต่อหน้าเหล่าผู้คน! ช่างน่าขัน” เสียงปราชดปราชันของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังขบวนสำนักชางอู๋เหล่าผู้คนน้อยใหญ่สำนักชางอู๋มองไปตามเสียงก็เห็นเหล่าศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนที่แขวนเครื่องประดับสีเงินทั้งตัวและเกี้ยวปทุมที่มีศิษย์ตระกูลชือสิบสองนายกำลังหามแบกคันหนึ่งในเกี้ยวที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงก็มีสตรีงดงามนางหนึ่งนั่งอยู่ในนั้น เห็นได้ชัดว่าคำพูดเมื่อครู่นี้ออกมาจากปากของสตรีนางนี้ นางยังกล่าวต่อไป