นจึงได้แต่ย ้าเตือนเช่นนี้” อินหลิวเฟิงที่ไตร่ตรองเสร็จแล้วก็กล่าวถึงข้อเท็จจริง ทำให้ต้าซือมิ่งเหลือบมองเล็กน้อย “ใช่แล้ว”“เจ้ารู้หรือ” เยี่ยนจื่อเยี่ยแววตาวูบไหวเยี่ยนอวี๋จึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์จากด้านข้างว่า “เรื่องชัดแจ้งนัก ที่ต้าซือมิ่งท่านนี้ทำให้หยวนคังฮ่องเต้โมโหซ ้าแล้วซ ้าเล่าก็แค่ต้องการบีบคั้นให้เขาขุดความสามารถเบื้องลึกของเขาออกมา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อหยวนคังฮ่องเต้อดทนเก่งอย่างกับเต่าพันปี”“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์รู้ใจข้าที่สุด” ต้าซือมิ่งยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ยอมปล่อยมือนางเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เยี่ยนอวี๋อารมณ์ไม่ดีนักตอนนี้นางรู้สึก… เสียใจที่จูงมือเขาจริงๆ ผ่านไปนานเช่นนี้แล้วยังไม่ยอมปล่อยอีกเยี่ยนอวี๋ใช้สายตาต่อต้านเงียบๆ คอยส่งสัญญาณให้ต้าซือมิ่งว่า‘พอเสียที!’
ทว่าต้าซือมิ่งแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เขายังคงบีบมือของนางไว้ไม่ปล่อย ท่าทีไร้เดียงสานั่นทำให้เยี่ยนอวี๋อดคิดถึงเด็กน้อยที่แกล้งทำเป็นฟังไม่รู้เรื่องไม่ได้ พวกเขาสองคนเหมือนกันจริงๆ! สมแล้วที่เป็นพ่อลูกกันอีกทั้งต้าซือมิ่งที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นยังตอบพี่ใหญ่ด้วยท่าทีจริงจังว่า “แม้ซย่าโหวกุ่ยจะดื้อรั้นและตั้งตนเป็นใหญ่ แต่เขาก็มีความสามารถพอตัว ครานั้นที่มาโจมตีข้า เขาเตรียมพร้อมรอบด้านทำให้ข้าบาดเจ็บ ไม่มีทางที่ในวันนี้เขาจะมีความสามารถเพียงเท่านี้แต่เหมือนกับว่าเขายังรู้สึกหวาดกลัว ทำให้เขาลั