มาทาบบริเวณหน้าอก “ไม่เหมือนข้า” ถึงแม้เมื่อครั้นเขาใช้วิชาเหนือธรรมชาติก็ไม่เห็นหน้าตาของนางเช่นกัน แต่เขาก็เห็นเด็กน้อยตัวมอมแมม จึงรู้ว่านางคือใครน่าเสียดายที่ครานั้นเขาไม่ได้เจอนางตั้งแต่แรก และยังเย้าแหย่นางเช่นนั้น ทำให้นางระแวดระวังเขา ทั้งสองเกือบจะพลาดโอกาสโชคดีที่เขายอมรับ ‘สภาพการณ์ได้’ มิเช่นนั้น…“พอแล้ว! ขึ้นรถแล้วค่อยว่ากัน” เยี่ยนจื่อเยี่ยทนดูต่อไปไม่ไหวตั้งแต่ที่น้องเล็กถือวิสาสะ ‘จู่โจม’ เขา น้องเขยคนนี้ก็ได้ใจจนตัวลอยดูแล้วระคายเคืองตานัก“ไม่รอท่านพ่อข้าหรือ” อินหลิวเฟิงเห็นว่าท่านพ่อของเขากำลังส่งแขกกลับไปอย่างรู้หน้าที่ เขารู้สึกว่าหากทิ้งท่านพ่อเขาไว้เช่นนี้เหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไรนักส่วนอีจี้จิ่ว เขาก็กลับสำนักศึกษาไปก่อนที่งานเลี้ยงยังไม่เลิกแล้วเขายังอนุโลมให้เยี่ยนจื่อเยี่ยพวกเขาทั้งสามคนลาได้หนึ่งวัน ค่อยกลับมาวันพรุ่งนี้“รอประเดี๋ยวเถิด ข้ากลัวว่าเขาจะถูกลอบฆ่า” ในที่สุดอินหลิวเฟิงก็รอท่านพ่ออย่างมีจิตสำนึกเมื่อคนทั้งขบวนกลับถึงจวนอินอ๋อง ก็เป็นยามกุนแล้ว เจ้าตัวน้อยก็นอนหลับเป็นลูกหมูตัวน้อยๆ แล้ว
ส่วนเรื่องที่ถกกันก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีผู้ใดพูดถึงอีก คนที่ ‘ทึกทัก’ว่ารู้ย่อมรู้สถานะของเยี่ยนอวี๋ดี ซึ่งก็คือทายาทสืบทอดปฐมราชินีเยี่ยน หยวนคังฮ่องเต้ก็น่าจะเดาออกแล้ว?ส่วนคนที่ไม่รู้เช่นเฟิงจื่ออวิ๋น เขาก็ไม่ได้สนิทกับทุกคนขนาดที่จะกล้าถามได้ทว่าสิ่งที่ทุกคนคาด