มว่า “ฝ่าบาทใต้เท้าอีจี้จิ่วสำนักศึกษาและศิษย์ของเขาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”เฮ้อ…
คนในโถงต่างลอบถอนหายใจโล่งอก อีจี้จิ่วมาได้ทันเวลาจริงๆ มิเช่นนั้นพวกเขาคงได้เป็นพยานเห็นฮ่องเต้สิ้นพราชนม์แล้วถึงแม้ว่า… ก็เหมือนจะเป็นเรื่องดี?คนในโถงที่จู่ๆ ตกอยู่ในความคิดก็ถูกเสียงแหลมสูงของเหอซงดึงสติกลับมา “เชิญเข้ามาเดี๋ยวนี้!”“ขอรับ!” คนที่อยู่นอกห้องโถงรีบไปเชิญเขาเข้ามาทันทีเยี่ยนจื่อเยี่ยและเยี่ยนจื่อเสาที่มาพร้อมอีจี้จิ่ว รวมถึงโหย่วฮู่ปั๋วและเฟิงจื่ออวิ๋นต่างก็ตกใจกับภาพพังพินาศตรงหน้า รู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดสงครามครั้งใหญ่ไปอย่างไรอย่างนั้น?!เยี่ยนจื่อเยี่ยรีบสอดส่ายสายตาไปที่กลุ่มคน เมื่อเขาเห็นว่าน้องสาวและหลานชายน้อยของเขามิเป็นอะไร จึงถอนหายใจโล่งอกก็เพราะเขากังวลว่างานเลี้ยงจะกลายเป็นงานอัปมงคล เขาจึงเชิญอาจารย์มาช่วยเหลือสุดท้ายแล้วงานเลี้ยงนี้ก็เป็นงานเลี้ยงอัปมงคลจริงๆ ทว่าว่าที่น้องเขยของเขาก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะเขาสัมผัสได้ว่ารอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของต้าซือมิ่ง ส่วนฮ่องเต้ท่านนั้น เห็นได้ชัดว่าอาการไม่สู้ดีนัก“อ้ะเนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ง่วนกับการทานข้าวก็ชี้ไปที่ข้างนอกพลางพูดเสียงอู้อี้ เขาอยากเรียกท่านลุงของเขา แต่กลับอดรับข้าวเข้าปากไม่ได้ ทำเอาเขาเกือบสำลัก
“กินดีๆ กลืนลงไปก่อนค่อยพูด” ต้าซือมิ่งที่รังเกียจซุปที่พ่นออกมาจากปากของเด็กน้อย เขาเช็ดปากให้เด็กน้อย ฝ่ายหลัง