งไปงานเฉลิมฉลองอย่างตรงเวลาแน่ แม้ว่าจะไม่มีงานเฉลิมฉลองนี้ ข้าก็วางแผนที่จะไปที่พราราชวังเพื่อแสดงความขอบพระทัยอยู่แล้ว ฝ่าบาททรงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แล้ว ละอายใจ” เยี่ยนอวี๋กล่าวว่าละอายใจ แต่ความจริงแล้วก็คือ ‘ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่’ นั่นเองเหอซงเป็นคนฉลาด เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ที่ใดกัน ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนเป็นอัจฉริยะที่หาที่เปรียบมิได้ในต้าซย่า สมควรได้รับเกียรตินี้ และสามารถทำให้พวกที่มีตาหามีแววไม่ได้มีแววบ้างเสียที”“เช่นนั้นก็ขอบพระทัยฝ่าบาทสำหรับความรักความเมตตาที่ทรงมีให้” เยี่ยนอวี๋วางพระราชโองการไว้ในอ้อมแขนของลูกน้อยและปล่อยให้เขาเล่นให้พอใจเหอซง “…”เขาที่เหงื่อเย็นแทบจะไหลลงมารีบเอ่ยลาอย่างรวดเร็ว
แต่อินหลิวเฟิงได้ออกมาแล้วถามว่า “หัวหน้าเหอ ไม่ทราบว่างานเฉลิมฉลองนี้มีส่วนของข้าด้วยหรือไม่”“…แน่นอน นายน้อยอินเป็นบุตรชายของท่านอ๋อง ต้องอยู่ที่นั่นอยู่แล้ว แต่ขันทีภายในที่นำวาจาไปให้ท่านนั้น น่าจะส่งไปที่จวนอ๋องอิน ท่านกลับไปดูก็จะทราบเอง”“อ้อ!” อินหลิวเฟิงนึกขึ้นได้ทันใด “แล้วไม่ทราบว่าต้าซือมิ่งจะไปได้หรือไม่”หยาดเหงื่อเย็นของเหอซงกำลังจะไหลลงมา แต่เขาก็ยังตกลงว่า“แน่นอน ฝ่าบาทไม่ได้พบต้าซือมิ่งมาเป็นเวลานานแล้ว ต้องต้อนรับเขาอยู่แล้ว แต่พระราชโองการนี้ก็คงส่งไปที่ตำหนักซือมิ่งแล้วเช่นกัน”“อ้อ!” อินหลิวเฟิงตกตะลึงอีกครั้ง