และต้องการจะถามอย่างอื่นเหอซงกล่าวลาแล้ว “ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน นายน้อยอิน ข้ายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ขอตัวลาก่อน”“อืม” เยี่ยนอวี๋ตอบอย่างเย็นชาเหอซงสบโอกาสรีบหนีไปทันทีโดยไม่ได้ไปคารวะโยวตูอ๋องและต้าซือมิ่งบางคนด้วยซ ้าราวกับว่าไม่เห็นพวกเขา…
“ข้าเห็นแล้ว” เยี่ยนจื่อเยี่ยที่ปล่อยมือน้องเขยของเขาแล้วถามอย่างเฉยเมยว่า “เจ้าคิดว่าฝ่าบาททรงรีบร้อนเรียกให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เข้าวังทำไมกัน และยังแสร้งทำเป็นต้อนรับนางอีกด้วย เพราะอะไรกันนะ”ต้าซือมิ่งหรงที่ถูกถาม พาดมือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาราวกับจักรวาลที่ซ่อนอยู่ “ทะเยอทะยานหรือหลงใหลในกามารมณ์กันแน่”“โอ้ะ?” เยี่ยนจื่อเยี่ยเลิกคิ้ว “หลงใหลในกามารมณ์อย่างนั้นหรือหมายความว่าอย่างไร”“เฉาหมิงเฉิงเคยเห็นเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ และมีความสำเร็จในวิชาปรุงยา นอกจากนี้ที่ตระกูลจางมาก่อเรื่องที่นอกสำนักศึกษา บางทีบางคนอาจคิดว่าสำนักศึกษาอาจสามารถซ่อนพลังของข้าและไม่ถูกสังเกตได้” ต้าซือมิ่งหรงไม่ลืมจดหมายที่ไม่รู้ที่มาของโยวตูอ๋องนั่นและเยี่ยนจื่อเยี่ยที่ได้ยินเรื่องนี้ก็พยักหน้าเล็กน้อย “เจ้ารู้อยู่แก่ใจก็พอ แต่อย่ากังวลมากเกินไป เพราะเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถือเป็นหญิงออกเรือนแล้ว และราชโองการก็บอกว่าให้พาลูกชายเข้าวังด้วย จริงอยู่ที่ฝ่าบาทของเราฝักใฝ่ในกาม แต่ไม่ใจดำแน่นอนหากเขาต้องการพาเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เข้าในวังจริงๆ คงจะไม่ยอมให้เสี่ยวเป่าตามไปด้วยแน่