ัมผัสได้ถึงรสขมฝาดในปาก “คุณหนู…”นี่มันครั้งที่สามแล้วนะเจ้าคะ!
ทว่าสุดท้ายแล้วอาเฉี่ยวก็มิได้เอ่ยห้ามปรามแต่อย่างใด รอส ่งเจียงซื่อและอาหมานเรียบร้อยก็กลับมานั่งสวดอมิตาภพุทธนับครั้งไม่ถ้วนเพียงลำพัง
หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป นางคงต้องไหว้พระกินเจไปชั่วชีวิต
ในช่วงกลางวัน บริเวณริมแม่น้ำจินสุ่ยเงียบเชียบไร้ผู้คน ส่วนช่วงเย็นจะเป็นช่วงที่ครึกครื้นที่สุดจันทราลอยสูงเหนือยอดหลิว แสงเทียนส่องประกายสว่างไสว นาวาใหญ่จำนวนมากลอยล่องไปตามแม่น้ำจินสุ่ย เสียงดนตรีแผ่วเบาปะปนมากับเสียงหัวเราะของผู้คน อีกทั้งสายลมยังพัดพากลิ่นเครื่องหอมที่ถูกใช้ประทินผิวให้โชยเข้าจมูกผู้คนที่เดินผ่านไปมา
สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นบ้านเกิดอันอบอุ่นของเหล่านักปราชญ์ เพราะยังเป็นที่ผลาญเงินของเหล่าผู้มีอำนาจทั้งหลายด้วย
ค่ำคืนที่ไม่มีวันสิ้นสุดลงบริเวณริมฝังแม่น้ำจินสุ่ยเป็นคำอธิบายฉากความงดงามตระการตาได้เป็นอย่างดี
เจียงซื่อและอาหมานพยายามแต่งตัวให้ไม่เป็นที่สะดุดตาเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งคู่เฝั้ามองโคมแดงขนาดใหญ่บนนาวาที่จอดอยู่ริมฝังค่อยๆ สว่างขึ้นๆ จากนั้นเรือแต่ละลำก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปในแม่น้ำ
“คุณหนู” เสียงต่ำดังขึ้น เหล่าฉินหันหัวเรือเข้ามาริมฝัง
ในแม่น้ำจินสุ่ย นอกจากนาวาใหญ่ที่แกะสลักลายพญาหงส์และมังกรอย่างวิจิตรแล้ว ยังมีเรือขนาดเล็กอีกหลายลำ มีเรือค้าขายขนาดเล็กที่จำหน่ายสินค้าจำพวกผลไม้สดและอาหารทา