านหูและฝีมือที่เก่งกาจของเขา ทว่ากลับไม่รู้เลยว่าเขาจะรู้เรื่องการไขคดีถึงเพียงนี้ เวลานี้ เจียงซื่อรู้สึกสับสนเล็กน้อย นางรู้สึกมาโดยตลอดว่าเข้าใจอีกฝั่ายดี ทว่าดูจากตอนนี้ การที่เข้าใจใครสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา อวี ้จิ ่นหันมองไปเล็กน้อย ใบหน้าเยาะเย้ยเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนภายในชั่วพริบตา
นายท่านซูสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด เก็บความโมโหไว้ในใจแล้วเอ่ยขึ้น “ใต้เท้าเจิน ลูกน้องของท่านควรได้รับการอบรมให้เหมาะสม!”
เจินซื่อเฉิงเอ่ยเสียงเข้ม “ซูซื่อจื่อวางใจได้ กลับไปข้าจะสั่งสอนเขาให้ดีเอง”
เพียงพูดรับปากออกไปเท่านั้น ไม่น่ามีอะไรเสียหาย
นายท่านซูได้ยินเจินซื่อเฉิงพูดเช่นนี้ ก็รู้สึกว่ากู้หน้าตัวเองกลับมาได้เล็กน้อย สีหน้าจึงผ่อนคลายลง
ทันใดนั้นเสียงอันอ่อนโยนก็ดังขึ้น “ข้ามีอะไรจะพูด”
ทุกคนหันไปตามเสียงก็เห็นเจียงซื่อเดินออกมา“น้องซื่อ…” เจียงอีตะโกนเรียกออกมาอย่างอดไม่ได้ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
แต่เจียงจั้นกลับยืนกอดอกทำเป็นเหมือนเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ไม่มีท่าทางขัดขวางไม่ให้เจียงซื่อออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
คุณชายเจียงเอ้อร ์คิดง่ายมาก ไม่มีอะไรให้ขัดขวาง เพราะหากมีผู้ใดกลั่นแกล้งน้องซื่อ เขาแค่ใช้กำปันอัดก็ได้แล้ว
นายท่านซูมองเจียงซื่อคิ้วขมวด “เรื่องของผู้ใหญ่เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง”
เจียงซื่อเอ่ยขึ้นเสียงขรึม “ท่านลุงเจ้าคะ ก่อนหน้านี้หลานสาว