้บังอยู่ จึงไม่เห็นสถานการณ์ริมฝังทะเลสาบ และตอนนั้นข้าน้อยรีบไปทำงาน จึงไม่ได้หยุดดู”
“เช่นนั้น เจ้าได้ยินแค่เสียง ไม่เห็นอะไรเลย”
สาวรับใช้ลังเล
เจินซื่อเฉินสีหน้าขรึมลง “เจ้าตอบข้ามาแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“เอาล่ะ เจ้าถอยไปก่อน” เจินซื่อเฉิงเบนสายตาไปที่เจียงซื่อ
เจียงซื่อเดินไปตรงหน้าเจินซื่อเฉิงอย่างไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด แล้วเอ่ยพูดกับเขาก่อน “ใต้เท้าอยากถามอะไรก็ถามมาได้เลยเจ้าค่ะ”
ผู้คนต่างมองไปที่เจียงซื่อ หนึ่งในนั้นมีสายตาคู่หนึ่งที่ตั้งใจมองเป็นพิเศษ แม้เจียงซื่อจะไม่ได้หันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร
“แม่นางเจียงยอมรับในสิ่งที่สาวรับใช้พูดเมื่อครู่หรือไม่” ไม่ว่าจะชื่นชมเจียงซื่อเป็นการส่วนตัวทว่าท่าทีไต่ถามคดีของเจินซื่อเฉิงยังคงสุภาพเรียบร้อยเจียงซื่อนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้น “ก่อนหน้านั้นไม่นาน ข้าได้พบกับน้องรองที่ริมทะเลสาบจวีสยาจริงๆ”
“ที่แท้ก็เป็นเจ้าที่ทำร้ายอี้เอ๋อร ์!” โหยวซื่อพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
เจียงซื่อมองไปที่นาง พลางเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “ปั้าสะใภ้ใหญ่ช่างแปลกเสียจริง การที่ข้าเจอน้องรอง ข้าต้องเป็นคนทำร้ายน้องรองงั้นหรือ หากไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามล้วนเดาเอาเอง แล้วจะให้ทางการมาทำอะไรล่ะเจ้าคะ”
“เจ้า…” โหยวซื่อโมโหจนพูดไม่ออกนางไม่นึกเลยว่าเด็กคนหนึ่งจะยังคงปากดีได้แม้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
อวี่จิ่นอดยิ้มออกมาไม่ได้ ดูเหมือนว่าอาซื่อจะไม่ได้ปากคอเร