ก็ย่อเข่าทำความเคารพพลางทำสีหน้าร้อนใจ “คุณหนูเจ้าคะ จู่ๆ จูไท่ไท่ก็เป็นลมล้มพับไปเจ้าค่ะ”
ตระกูลของสามีเจียงอีนามสกุลจู และเป็นเพราะออกเรือนแต่งงานไปแล้วคนรับใช้ในจวนโหวจึงไม่อาจเรียกว่าคุณหนูใหญ่ ต้องเรียกว่าจูไท่ไท่
เมื่อได้ยินเจียงซื่อก็ใจหายวาบ พลันลุกยืนขึ้น “ตอนนี้พี่ใหญ่ของข้าอยู่ที่ใด รีบพาข้าไปเร็วเข้า”
“เชิญคุณหนูตามบ่าวมาทางนี้เลยเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อเดินตามสาวรับใช้ชุดดำไป แม้ในใจจะกังวล ทว่าก็ยังคงเฝั้าระวังสถานการณ์รอบๆ ตัวอยู่ พอเห็นว่ากำลังมุ่งหน้าไปหาอี๋หนิงโหวเหล่าฮูหยิน จึงรู้สึกสบายใจ
เลี้ยวข้างหน้าก็เป็นทะเลสาบจวีสยา
ทะเลสาบจวีสยาและศาลาเฉาหยางที่อยู่ไม่ไกลนักเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน นับว่าเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของจวนอี๋หนิงโหว
เจียงซื่อรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่อันสวยงามแห่งนี้มาก ทว่าตอนนี้กลับไม่มีกะจิตกะใจอยากจะเชยชม
ขณะที่นางกำลังจะเดินผ่านไป จู่ๆ ก็มีคนพุ่งออกมาจากหลังพุ่มดอกไม้ เข้ามาขวางทางที่พวกนางกำลังจะไป
“ผู้ใดกัน!” อาหมานตะโกนโพล่งออกมาอย่างอดไม่ได้ ทว่าจ้องดูสักพักก็เอ่ยเสียงหลงออกมา “คุณชายรองงั้นหรือ”
ผู้ที่มาขวางทางเป็นเด็กหนุ่มอายุราวสิบสี่สิบห้ารูปร่างท้วมใหญ่ ใบหน้าที่หล่อเหลาเป็นทุนเดิมกลับกลมเป็นลูกแตงโมเพราะอ้วน จึงทำให้ดูน่ากลัวเล็กน้อย
แววตาของเด็กหนุ่มดูไร้ซึ่งความรู้สึกและจิตวิญญาณเล็กน้อย เขาปรบมือให้เจียงซื่ออย่างชอบอกชอบใจ ”พี่ซื่อ