เอ๋อร ์จนเหนื่อย”
เจียงอีได้ยินก็อดกังวลออกมาไม่ได้ “เปั่าเกอเอ๋อร ์ปั่วยเป็นอะไรหรือ หมอที่มาดูแลเยียนเยียนบ่อยๆ ฝีมือไม่เลวเลย…”
“พี่อีอย่างได้กังวลไป อีกไม่นาน เปั่าเกอเอ๋อร ์ก็ดีขึ้นแล้ว”
เจียงซื่อที่เอาแต่เงียบมาโดยตลอดคอยมองสำรวจสีหน้าของซูชิงซวง ซึ่งมักจะรู้สึกว่านางมีอะไรปิดบังอยู่ แต่ก็บอกไม่ถูก ในเมื่อเปั่าเกอเอ๋อร ์ปั่วย แล้วเหตุใดพี่ซวงจึงต้องพูดจาลับๆ ล่อๆด้วย หรือว่า… เปั่าเกอเอ๋อร ์ปั่วยเป็นสืออี้[1]
โรคติดต่อสามารถแพร่ระบาดได้ ยิ่งถ้าเป็นท่านยายที่อายุหกสิบแล้ว หากปั่วยเป็นโรคติดต่อก็คงยากที่จะบอกผู้อื่น
เจียงอียังอยากจะพูดต่อ ทว่าเจียงซื่อแอบดึงชายเสื้อไว้ เจียงอีจึงไม่พูดอีก
ฝังทางทิศตะวันตกบริเวณใกล้สวนดอกไม้ของจวนอี๋หนิงโหวมีการตั้งเวทีแสดงงิ้ว หลังงานเลี้ยงจบผู้คนจึงแห่กันไปดูงิ้ว พอดูไปได้สองตอนอี๋หนิงโหวเหล่าฮูหยินก็พูดขึ้น “ข้ารู้ว่าเด็กอย่างพวกเจ้าไม่ชอบดูอะไรเช่นนี้หรอก ออกไปเล่นข้างนอกเถอะ อย่ามานั ่งอมทุกข์อยู่ที่นี่เลย”
เจียงอีนั ่งนิ่ง เมื่อเห็นว่าเจียงซื่อก็นั่งนิ่งเช่นกัน จึงเอ่ยถามขึ้นเบาๆ “น้องซื่อทำไมไม่ออกไปเล่นกับพวกน้องซวงล่ะ”
เจียงซื่อยิ้ม “ข้าจะอยู่กับพี่ใหญ่”
เจียงอีดึงเจียงซื่อลุกขึ้น “ช่างเถอะ พวกเราออกไปเดินเล่นกัน ไม่แน่อาจจะได้เจอกับน้องรอง”
แม้แขกชายหญิงจะไม่ได้นั่งชมงิ้วด้วยกัน ทว่ากลับเดินเล่นในสวนดอกไม้ได้ คนพวกนี้ล้วนเป็นลูกพี่ลูก