น้องกันทั้งนั้น หนีกันไม่พ้นหรอก
เดิมเจียงซื่อก็ไม่อยากนั่งดูงิ้วที่นี่อยู่แล้ว เพียงแค่อยากอยู่กับเจียงอีเท่านั้น พอได้ยินเจียงอีพูดเช่นนี้แน่นอนว่าคงไม่มีทางปฏิเสธ
ส่วนด้านเจียงจั้นก็คิดเช่นเดียวกัน พี่น้องสองคนเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ได้ไม่นานก็เจอ
เจียงจั้นไม่อาจปิดปังความดีใจไว้ได้ เขารีบเดินสาวเท้าก้าวเข้าไปตรงหน้าเจียงอีอย่างรวดเร็ว “พี่ใหญ่!”ชายหนุ่มที่เดินเคียงคู่เจียงจั้นเห็นสองพี่น้องต่างตื่นเต้น ก็รู้ดีว่าไม่ควรรบกวน จึงหันสายตาไปที่เจียงซื่อ แล้วส่งยิ้มให้นาง “น้องซื่อ”
เจียงซื่อย่อเข่าทำความเคารพ “พี่ใหญ่”
ซูชิงสวินที่ยังอายุน้อยเป็นหลานสายตรงของจวนอี๋หนิงโหว เมื่อก่อนเจียงซื่อมักจะมาค ้างคืนอยู ่ที่จวนโหวบ่อยๆ ทว่ากลับไม่ได้สนทนากับลูกพี่ลูกน้องผู้เย็นชาคนนี้มากนัก โดยเฉพาะหลังจากที่เจียงซื่อหมั้นหมาย เมื่อมีการได้เจอกับพี่น้องเป็นครั้งคราว อย่างมากก็แค่เอ่ยทักทายกันเท่านั้น
วันนี้ซูชิงสวินพูดมากกว่าเดิมเล็กน้อย “น้องซื่อเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้”
“พี่ใหญ่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ข้าสบายดี”
“งั้นก็ดี” ซูชิงสวินกวาดสายมองไปที่เจียงจั้นเห็นว่าเจียงอีกำลังรำพึงรำพันกับเขา ก็หันหน้ากลับมา “จากนี้ไปหากน้องซื่อมีเรื่องลำบากอะไรอย่าลืมว่ายังมีจวนโหวอยู่ ที่นี่เป็นบ้านของเจ้าเสมอ”
เจียงซื่อพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรต่อ
ที่จริงพี่ใหญ่กับพี่ซวงนั้นไม่เลวเลย แต่นางรู้ว่าปั้าสะใภ้