หยินพอเจินเหิงพูดจบ เขาเขินอายมากจนไม่กล้าเผชิญหน้ากับสายตาหยอกล้อของพ่อ จึงวิ่งกลับห้องหนังสือทันที หน้าต่างในห้องหนังสือสว่างและสะอาด ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของหมึก เสียงจิ๊บๆ อันไพเราะของนกน้อยที่เกาะอยู่บนกิ่งด้านนอกหน้าต่าง ได้เพิ่มความคึกคักให้กับความเงียบไม่น้อย
ความจริงเจินเหิงไม่ใช่คนวู่วามใจร้อน ต่อหน้าคนนอก เขาทำตัวเป็นคนนิ่งแต่ไหนแต่ไร มิฉะนั้นก็คงไม่ได้ฉายานามว่าคุณชายหรูอวี ้[1]
ครั้งนี้เขาใจร้อนมากเกินไปจริงๆ แต่หลังจากที่ใจร้อน เขาไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกหงุดหงิดใจ แต่ในใจยังเต้นตึกตักไม่หยุด เขาแทบจะฮัมเป็นเพลงตามเสียงร้องของนกน้อยด้านนอกหน้าต่าง เขารู้สึกเพียงแสงแดดนั้นเจิดจ้า ทิวทัศน์นั้นดีงามอย่างไร ้จุดสิ้นสุด
เจินเหิงเดินมาถึงด้านหน้าโต๊ะ พลางหยิบภาพวาดจากช่องลับออกมาแล้วเปิดมันออกอย่างช้าๆ เขามองดูหญิงสาวผมดำผิวขาวที่อยู่ในภาพวาดไปมา มองไปมองมาก ็อดยิ้มไม่ได้
เขากับนางคงเป็นพรหมลิขิตที่ฟั้าได้ลิขิตเอาไว้ถึงได้บังเอิญเช่นนี้
ตอนกินข้าวเย็น เจินฮูหยินอดไม่ได้จึงถามเจินซื่อเฉิง “ทำไมวันนี้ข้ารู้สึกว่าเหิงเอ๋อร ์เดินไปใจลอยไป ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อนเลยเจ้าคะ”
เจินซื่อเฉิงหรี่ตายิ ้มพลางจับนวดเครา “ชายหนุ่มอายุน้อย ร่าเริงมากเกินไปไม่ดี”
เจินฮูหยินเป็นสตรีฉลาด พอฟังออกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่าง นางเหล่ตามองเจินซื่อเฉิงและกล่าว “หมายความว่าอย่างไร สองพ่อลูกมีเรื่