สายตาขององค์ชายห้าที่มองมาทำให้อวี้จิ่นต้องเก็บรอยยิ้มกลับทันที
เขาเดาออกตั้งแต่แรกว่าการปรากฏตัวของไอ้โง่นี่ต้องไม่มีจุดประสงค์ดีแน่ๆ ถึงได้มีเวลามาพูดจาไร้สาระกับเขาอยู่ตรงนี้ แล้วก็คิดไม่ถึงเลยว่าเขาคิดไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย คนโง่นี่ยังไม่ละทิ้งความคิดสกปรกที่มีต่ออาซื่อ ไหสุราที่ฟาดลงในครั้งนั้นดูเหมือนจะเบาเกินไป
“พี่ห้ามาทำอะไรแถวนี้”
แม้ว่าองค์ชายห้าเป็นคนสะเพร่า แต่เขาไม่ใช่คนโง่ สีหน้าและอาการที่เปลี่ยนกะทันหันของฝั่ายตรงข้ามทำให้เขารู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก
“ทำไม ข้าจะไปที่ไหนต้องรายงานน้องเจ็ดด้วยหรือ”
อวี้จิ่นยิ้ม “ก็ไม่ใช่ขอรับ ข้าแค่ถามดูเท่านั้นเพราะที่นี่ดูเหมือนไม่ใช่ที่ๆ พี่ห้าจะมา”
องค์ชายห้าสังเกตอวี้จิ่นอย่างละเอียด เพราะไม่รู้ว่าฝั่ายตรงข้ามจะมาไม้ไหนอีก
เขาไม่คิดว่าเจ้านี่แค่อยากถามดูเท่านั้น วันนั้นเจ้านี่บอกว่าดื่มมากไป แต่ไหสุราไหนั้นก็ฟาดตรงศีรษะเขาทันที แค่คิดถึงตรงนี้ องค์ชายห้าถึงกับอยากเอามือไปปั้องกันศีรษะ
เมื่อมีความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งทำให้องค์ชายห้าโมโหเขาไม่ได้กลัวเจ้าหนุ่มนี่เสียหน่อย ปฏิกิริยาการตอบสนองแบบไม่รู้ตัวนี่มันอะไรกัน
“แล้วเหตุใดน้องเจ็ดถึงอยู่ที่นี่เล่า”
อวี้จิ่นยิ้ม “พี่ห้าพักอยู่ในจวนอ๋องเกรงว่าไม่รู้ ที่พักของน้องอยู่แถวๆ นี้ ก็ต้องอยู่ที่นี่สิขอรับ”
“อืม จะว่าไป จวนอ๋องของน้องเจ็ดยังสร้างไม่เสร็จนี่” สุดท้ายองค์ชายห้าก็พบเรื่องที่เอา