ไว้โจมตีฝั่ายตรงข้าม มุมปากพลางเผยรอยยิ้มแห่งการเยาะเย้ยออกมา “ลำบากน้องเจ็ดแท้ๆ หรือว่าไปพักที่จวนข้าสักวันสองก่อน”
“น้ำใจของพี่ห้าข้ารับไว้แล้ว แต่ว่าข้าชอบดื่มสุราเป็นประจำ พอดื่มเยอะหน่อยก็ชอบหาอะไรทำถึงเวลานั้นข้าเกรงว่าจะนำพาความวุ่นวายมาให้กับพี่ห้า ก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก” อวี้จิ่นพูดพร้อมกับยิ้มที่ไม่เหมือนว่ายิ้ม และมององค์ชายห้าหนึ่งที “นี่ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าพี่ห้าก็ชอบดูเรื่องคึกคักกับเขาด้วย”
“ใครว่าข้าชอบดู” องค์ชายห้าพลันโพล่งออกไปอวี้จิ่นหรี่ตาลง สายตานั้นคมดั่งดาบ เยี่ยมมากมั่นใจได้แล้วว่าไอ้โง่นี่มาเพราะอาซื่อ
เวลานี้องค์ชายห้าหมดอารมณ์กับความคิดที่ว่าจะบังเอิญได้พบหน้านางในดวงใจ เขาเอ่ยด้วยหน้าดำคร่ำเครียด “หากว่าเจ้าไม่กล้าต่อสู้ งั้นข้าไม่เสียเวลากับเจ้าแล้ว”
“กลับดีๆ นะขอรับพี่ห้า”
อวี้จิ่นยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับยืนมององค์ชายห้าพาผู้ติดตามเดินออกไป จากนั้นแล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินไปตรอกซอยเชวี่ยจื่อ
เมื่อกลับมาถึงด้านหน้าประตูบ้านพักที่มีต้นพุทราคอคดตั้งอยู่ เอ้อร์หนิวที่กำลังกินเนื้อวัวคลุกพลันเงยหน้ามองไปยังเจ้านาย
สุนัขตัวใหญ่มีจมูกไว มันได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่อยู่บนเรือนร่างของเจ้านาย
มันก้มมองเนื้อวัวคลุกในถ้วยพร้อมกับต่อสู้กับตัวเองอย่างยากลำบากอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยตัดสินใจลุกขึ้นไปอยู่ข้างๆ เจ้านาย และเริ่มดมฟุดฟิด
“ข้าไม่เป็นไร” หลายเดือนมานี้เอ้อร